ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ นายคิม จองอึน ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า กองทัพประชาชนเกาหลีจะมีบทบาทโดดเด่นและสำคัญอย่างยิ่งในช่วง 5 ปีข้างหน้า การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการเยือนกระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 78 ปีการก่อตั้งกองทัพประชาชน ซึ่งตรงกับวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569
การเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมใหญ่พรรคแรงงาน
รายงานจากสำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า การเยือนกระทรวงกลาโหมของนายคิม จองอึน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีขึ้นก่อนการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีครั้งที่ 9 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ผู้นำเกาหลีเหนือจะใช้เวทีนี้ในการประกาศทิศทางนโยบายสำคัญด้านการทหาร การทูต และเศรษฐกิจ สำหรับช่วง 5 ปีข้างหน้า
แผนพัฒนาแสนยานุภาพทางทหารระยะ 5 ปี
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณบ่งชี้ว่า นายคิม จองอึน อาจเปิดเผยแผนพัฒนาแสนยานุภาพทางทหารระยะ 5 ปีฉบับใหม่ ในระหว่างการประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของประเทศ
ผู้นำเกาหลีเหนือยังได้ประเมินสถานการณ์ว่า กองทัพจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะที่สามารถสร้างผลงานอันโดดเด่นในปีที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำว่า ปีนี้จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ภารกิจทางทหารจะขยายวงกว้างและต้องการความพยายามมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ท่าทีที่แตกต่างจากอดีต
อย่างไรก็ตาม ในสุนทรพจน์ล่าสุดนี้ นายคิม จองอึน ไม่ได้กล่าวโจมตีเกาหลีใต้หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งแตกต่างจากท่าทีในอดีตที่มักแสดงออกอย่างแข็งกร้าว ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศที่ยังคงเปราะบางและมีความตึงเครียด
ทั้งนี้ ในปีก่อนหน้านี้ ผู้นำเกาหลีเหนือเคยย้ำจุดยืนในการเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์ และกล่าวหาสหรัฐอเมริกาว่าอยู่เบื้องหลังความขัดแย้งต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งทำให้การไม่กล่าวโจมตีในครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่ง
การวางดอกไม้คารวะอดีตผู้นำ
ในโอกาสเดียวกัน นายคิม จองอึน และผู้นำระดับสูงของกองทัพเกาหลีเหนือ ยังได้เดินทางไปวางดอกไม้คารวะ ณ พระราชวังคึมซูซัน ซึ่งเป็นสถานที่บรรจุร่างของอดีตผู้นำ คิม อิลซอง และคิม จองอิล เพื่อแสดงความเคารพและสืบสานประเพณีทางการเมืองของประเทศ
การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ ก่อนการประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะกำหนดกรอบนโยบายของเกาหลีเหนือสำหรับอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงและการพัฒนาทางทหาร