อิหร่านประกาศไว้ทุกข์ 40 วันทั่วประเทศ หลังผู้นำสูงสุดเสียชีวิตจากโจมตี
วันที่ 2 มีนาคม 2569 รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศเริ่มช่วงไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน ภายหลังการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ ซึ่งเกิดจากการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ยังคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงหลายราย รวมถึงบุตรสาว บุตรเขย และหลานของคาเมเนอีด้วย นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดต่อโครงสร้างผู้นำอิหร่านนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 2522
ประธานาธิบดีเปเซชเคียนประณามเหตุการณ์เป็นอาชญากรรมครั้งใหญ่
ด้านประธานาธิบดีอิหร่าน อิบราฮิม เปเซชเคียน ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักงานประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “อาชญากรรมครั้งใหญ่” พร้อมประกาศหยุดราชการ 7 วัน ควบคู่กับช่วงไว้ทุกข์ 40 วันทั่วประเทศ เพื่อแสดงความเคารพและไว้อาลัยต่อผู้นำสูงสุดที่จากไป
ประชาชนหลั่งไหลออกสู่ท้องถนนและจัดพิธีไว้อาลัย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงเตหะรานว่า ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลออกสู่ท้องถนนหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี โดยคาดว่าจะมีพิธีไว้อาลัยจัดขึ้นในหลายพื้นที่ แม้ยังคงมีการทิ้งระเบิดต่อเนื่องในบางเมือง ขณะที่รายงานการชุมนุมประณามการสังหารผู้นำสูงสุดในเมืองชีราซ ยาซูจ และลอเรสถาน ภาพจากสื่อทางการเผยให้เห็นผู้สนับสนุนจำนวนมากร่วมไว้อาลัยที่มัสยิดอิหม่ามเรซาในเมืองมัชฮัด บางรายร้องไห้และเป็นลมด้วยความโศกเศร้าอย่างรุนแรง
แรงสะเทือนลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรัก
แรงสะเทือนจากเหตุการณ์ยังลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรัก ซึ่งประกาศไว้ทุกข์ 3 วัน โดยในกรุงแบกแดด ผู้ประท้วงรวมตัวในเขตกรีนโซน พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐบาลและสถานทูตต่างประเทศ และมีรายงานเผชิญหน้ากับกองกำลังความมั่นคง บางส่วนพยายามเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกา พร้อมปิดกั้นการจราจรบริเวณวงเวียนใกล้ทางเข้าเขตกรีนโซน
สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียดอย่างหนัก
สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างหนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองและความมั่นคงที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การเสียชีวิตของคาเมเนอีได้สร้างความสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างอำนาจของอิหร่านและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในอนาคต



