สงครามตะวันออกกลางยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 3,900 ศพ เลบานอนใกล้แตะ 1,000 ศพ
สงครามตะวันออกกลางยอดตายทะลุ 3,900 ศพ เลบานอนใกล้ 1,000 ศพ

สงครามตะวันออกกลางยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 3,900 ศพ เลบานอนใกล้แตะ 1,000 ศพ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยยอดผู้เสียชีวิตจากสงครามได้เพิ่มสูงขึ้นจนทะลุ 3,900 ศพแล้ว ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ซึ่งนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดได้ขยายวงกว้าง ส่งผลให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้วิกฤตการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว

ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านและเลบานอนพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ

ในอิหร่าน สำนักข่าวสารนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 1,319 ศพ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กอย่างน้อย 206 ราย และบุคลากรทางการทหารเสียชีวิต 1,122 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 599 ศพที่ยังไม่สามารถจำแนกได้ว่าเป็นทหารหรือพลเรือน สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียที่รุนแรงและกว้างขวาง

ขณะที่เลบานอนซึ่งถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนได้เปิดเผยในวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 850 ศพแล้ว นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มโจมตีประเทศเมื่อวันที่ 2 มีนาคม โดยในจำนวนนี้เป็นเด็ก 107 ศพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเลบานอนกำลังใกล้จะแตะยอดผู้เสียชีวิต 1,000 ศพแล้ว สถานการณ์นี้สร้างความวิตกกังวลให้กับชุมชนระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความสูญเสียของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

สหรัฐอเมริกามีบุคลากรทางทหารเสียชีวิตแล้ว 13 นาย นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น โดย 6 ศพในจำนวนนี้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีทหารอีก 6 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านที่ถล่มศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวในคูเวตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของความขัดแย้งไปยังภูมิภาคอื่นๆ

ส่วนอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ศพ รวมถึง 9 รายที่เสียชีวิตจากการถูกขีปนาวุธยิงถล่มอาคารที่พักอาศัยในเมืองเบตเชเมช และทหารอิสราเอล 2 นายที่เสียชีวิตในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในเขตสงครามหลักเท่านั้น

ยอดผู้เสียชีวิตในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ในอิรักมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ศพ โดย 27 รายในจำนวนนี้เป็นทหารจากกองกำลังระดมพลประชาชน (PMF) นอกจากนี้ยังมีทหารฝรั่งเศส 1 นายเสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพในเขตเคอร์ดิสถานของอิรักเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม ซึ่งสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของนานาชาติในความขัดแย้งนี้

คูเวตมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ รวมถึงเด็กหญิงวัย 11 ปีที่เสียชีวิตจากบาดแผลที่ได้รับจากสะเก็ดระเบิดที่ตกใส่ย่านที่พักอาศัยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กระทรวงกลาโหมระบุเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ศพ ประกอบด้วยชาวเอมิเรตส์, ปากีสถาน, เนปาล และบังกลาเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีของอิหร่านที่บาห์เรน

นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศอื่นๆ เช่น บาห์เรนมีผู้เสียชีวิต 1 ศพจากเศษซากขีปนาวุธที่ตกลงมา ทำให้เกิดไฟไหม้บนเรือต่างชาติ ในนิคมอุตสาหกรรมซัลมาน และมีหญิงชาวบาห์เรนวัย 29 ปีเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในกรุงมานามา โอมานมีชาวอินเดียเสียชีวิต 1 รายจากเรือไร้คนขับโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน และมีชาวต่างชาติ 2 รายเสียชีวิตจากเหตุโดรนตกในเขตโซฮาร์ ส่วนซาอุดีอาระเบียมีผู้เสียชีวิต 2 ศพหลังจากอาวุธทางทหารไม่ทราบชนิดตกใส่ที่พักอาศัยในเมืองอัล-คาร์จเมื่อวันที่ 8 มีนาคม

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ส่งสัญญาณถึงความรุนแรงที่อาจขยายวงกว้างต่อไปในอนาคต ประชาคมโลกกำลังจับตาดูพัฒนาการอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้มีการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความสูญเสียที่เกิดขึ้น