ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 25% จากแคนาดาและเม็กซิโก มีผลวันแรก
ทรัมป์เก็บภาษีนำเข้า 25% แคนาดา-เม็กซิโก มีผลวันแรก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 25 จากสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายที่ทรัมป์เคยประกาศไว้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง โดยอ้างถึงความจำเป็นในการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและลดการขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯ เผชิญอยู่

รายละเอียดของมาตรการภาษี

มาตรการภาษีใหม่นี้ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภทที่นำเข้าจากทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะสินค้าในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ อะไหล่รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ การเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 25 ถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษสำหรับประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะส่งผลให้ราคาสินค้าหลายชนิดในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโก เช่น รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันโดยตรง นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าภาษีดังกล่าวอาจนำไปสู่การตอบโต้ทางเศรษฐกิจจากทั้งสองประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดสงครามการค้าในภูมิภาคอเมริกาเหนือ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากแคนาดาและเม็กซิโก

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาได้ออกแถลงการณ์ประณามการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยระบุว่าแคนาดาจะดำเนินมาตรการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตราที่เท่าเทียมกัน ในขณะที่ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบามของเม็กซิโกก็ได้ประกาศมาตรการตอบโต้ที่คล้ายคลึงกัน โดยเน้นไปที่สินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเบาของสหรัฐฯ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ

การประกาศภาษีครั้งนี้ส่งผลให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับเพื่อนบ้านทั้งสองเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (USMCA) ที่เคยถูกเจรจาขึ้นเพื่อลดอุปสรรคทางการค้าในภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศชี้ว่ามาตรการนี้อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก หลายฝ่ายกังวลว่ามาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามการค้ารอบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ