อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สูญเสียทหาร 200 นาย เตือนสงครามยืดเยื้อ
อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐอเมริกาหลายแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยขีปนาวุธ ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างน้อย 200 นาย ตามรายงานของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นการตอบโต้การโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลก่อนหน้านี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม 2569 และกำลังสร้างความตึงเครียดอย่างรุนแรงในพื้นที่
เป้าหมายการโจมตีครอบคลุมฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่ง
การโจมตีของอิหร่านมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง ได้แก่
- ศูนย์สนับสนุนกองเรือที่ 5 ในบาห์เรน
- ฐานทัพในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก
- ฐานทัพอากาศอัลอูไดด์ ในกาตาร์
- ฐานทัพอาลี อัล ซาเลม ในคูเวต
- ฐานทัพอัลดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ฐานทัพมูวาฟฟัก อัล ซัลตี ในจอร์แดน
- ฐานทัพปรินซ์สุลต่าน ในซาอุดีอาระเบีย
การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง สะท้อนถึงความขัดแย้งที่กำลังลุกลามในภูมิภาค
ภูมิหลังความขัดแย้งและการเตือนสงครามยืดเยื้อ
ก่อนหน้านี้ อิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ โดยอ้างว่าเป็นการโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้าเพื่อลดภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันการสนับสนุนอิสราเอล และชี้ว่าความล้มเหลวของการเจรจานิวเคลียร์เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปฏิบัติการนี้
พลเอกเอ็บราฮิม จับบารี แห่ง IRGC ได้ออกมาเตือนอย่างหนักแน่นว่า อิหร่านมีศักยภาพทางทหารขั้นสูงและพร้อมที่จะทำสงครามยืดเยื้อกับฝ่ายตรงข้าม เขาระบุว่าในช่วงเริ่มต้นของสงคราม อิหร่านจะใช้อาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ในคลัง และจะเปิดเผยขีดความสามารถทางทหารใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
สถานการณ์นี้กำลังดึงความสนใจจากทั่วโลก เนื่องจากอาจนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ



