อิหร่านประหารชีวิตนักมวยปล้ำวัย 19 พร้อมผู้ต้องหาอีก 2 ราย ข้อหาฆ่าตำรวจและเป็นศัตรูต่อรัฐ
สำนักข่าว Mizan Online ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของฝ่ายตุลาการอิหร่าน ได้รายงานการประหารชีวิตชาย 3 รายในเมืองกุม เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ข้อหามีความผิดฐานสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจและเป็นศัตรูต่อรัฐ โดยหนึ่งในผู้ถูกประหารเป็นนักกีฬามวยปล้ำวัยเพียง 19 ปี
รายละเอียดผู้ต้องหาและข้อกล่าวหา
ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายประกอบด้วย ซาเลห์ โมฮัมมาดี อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นนักกีฬามวยปล้ำและเจ้าของเหรียญทองแดงจากการแข่งขันนานาชาติที่รัสเซียในปี 2024 พร้อมด้วย เมห์ดี กาเซมี และ ซาอีด ดาวูดิ สำนักข่าว Mizan เน้นย้ำว่านอกจากการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว ทั้งสามยังมีความผิดฐานร่วมมือกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนและทำงานรับใช้ผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เพื่อสร้างความปั่นป่วนในประเทศ
ทางการอิหร่านยืนยันว่าผู้ต้องหาได้สารภาพในข้อกล่าวหา แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มออกมาโต้แย้งว่าเป็นการบังคับสารภาพด้วยการทรมาน
ปฏิกิริยาจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน
กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลักๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวและคัดค้านการประหารชีวิตครั้งนี้ประกอบด้วย
- Iran Human Rights (IHRNGO) ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในนอร์เวย์
- Hengaw Organization for Human Rights องค์กรที่เน้นติดตามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งสูงและกลุ่มชาติพันธุ์ในอิหร่าน
- Amnesty International ที่คัดค้านการใช้โทษประหารชีวิตในทุกกรณี
กลุ่มเหล่านี้ชี้ว่าการประหารชีวิตดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการปราบปรามอย่างรุนแรงในอิหร่าน
บริบทความขัดแย้งและตัวเลขผู้เสียชีวิต
การประหารชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่อิหร่านเผชิญกับความไม่สงบภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่าบุคคลทั้งสามถูกตัดสินว่ามีความผิดในเหตุการณ์ความไม่สงบเดือนมกราคม และถูกแขวนคอในเช้าวันที่ 19 มีนาคม
ทางการอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 3,117 คน ระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เริ่มต้นขึ้นในปลายเดือนธันวาคม ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนให้ตัวเลขที่สูงกว่ามาก สำนักข่าวสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าตรวจสอบยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 6,872 ราย และกำลังสอบสวนอีกกว่า 11,000 ราย
ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติกล่าวว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 20,000 ราย เนื่องจากข้อมูลทยอยออกมาแม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะกรองข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวดก็ตาม
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน ที่ยังคงเป็นประเด็นที่กลุ่มระหว่างประเทศจับตามองอย่างใกล้ชิด



