สหรัฐฯ ปรับระบบเกณฑ์ทหารเป็นอัตโนมัติ ชายอายุ 18-25 ปี ลงทะเบียนผ่านฐานข้อมูลรัฐ
รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังเตรียมปรับปรุงระบบการลงทะเบียนเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่ โดยเล็งยกเลิกระบบเดิมที่ใช้มานานกว่า 50 ปี ซึ่งให้ชายอายุ 18-25 ปี ลงทะเบียนด้วยตนเองภายใน 30 วันหลังอายุครบ 18 ปี เปลี่ยนมาใช้ระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติจากฐานข้อมูลภาครัฐแทน ระบบใหม่นี้คาดว่าจะเริ่มใช้เร็วที่สุดในเดือนธันวาคมนี้ หลังจากผ่านการอนุมัติขั้นสุดท้าย
ประหยัดงบและเพิ่มประสิทธิภาพการระดมพล
สำนักงานทะเบียนการเกณฑ์ทหารของสหรัฐฯ ได้เสนอแผนปรับระบบนี้ต่อสำนักงานสารสนเทศและกำกับดูแลกฎระเบียบเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า การเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติจะช่วยประหยัดงบประมาณหลายล้านดอลลาร์ต่อปี ที่เดิมต้องใช้ไปกับการโฆษณาและการแจ้งเตือนประชาชนให้มาลงทะเบียนตามกฎหมาย สส. คริสซี ฮูลาฮาน จากพรรคเดโมแครต ผู้ผลักดันกฎหมายนี้ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณไปใช้ในการเตรียมความพร้อมและการระดมพลได้โดยตรง แทนที่จะเสียเงินไปกับการจัดทำแคมเปญการศึกษาและโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบเดิม
สถานการณ์โลกตึงเครียดและความกังวลสังคม
ความเคลื่อนไหวนี้สร้างความกังวลให้กับชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น หลายฝ่ายกลัวว่านี่คือการปูทางไปสู่การบังคับเกณฑ์ทหาร ซึ่งสหรัฐฯ เคยใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1973 ในช่วงสงครามเวียดนาม ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ระบบอาสาสมัครทั้งหมด ด้านนางคาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้ตอบคำถามผ่านสื่อฟ็อกซ์นิวส์ถึงความเป็นไปได้ในการส่งทหารบกบุกอิหร่านและการเกณฑ์ทหารว่า "ในปัจจุบันยังไม่อยู่ในแผนงาน แต่ประธานาธิบดีจำเป็นต้องเปิดทางเลือกไว้เพื่อความเหมาะสม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องประชาชนและกองทัพอเมริกัน"
อัตราการปฏิบัติตามกฎหมายลดลงและบทลงโทษ
แม้ในปัจจุบันเกือบทุกรัฐในสหรัฐฯ จะมีการลงทะเบียนให้อัตโนมัติเมื่อขอทำใบขับขี่ แต่พบว่าอัตราการปฏิบัติตามกฎหมายในปี 2024 ลดลงเหลือเพียง 81% โดยตามกฎหมายสหรัฐฯ ชายที่ไม่ลงทะเบียนอาจเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี แม้ในทางปฏิบัติจะเกิดขึ้นน้อยมากก็ตาม รวมถึงไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาจากรัฐบาลได้ และหมดสิทธิ์รับราชการในหน่วยงานรัฐ และสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยในสหรัฐฯ หากไม่ลงทะเบียนอาจถูกปฏิเสธการขอสัญชาติอเมริกัน
อนาคตของกฎหมายและขั้นตอนสุดท้าย
ปัจจุบัน กฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสแล้วในฐานะส่วนหนึ่งของกฎหมายงบประมาณกลาโหม และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายก่อนเริ่มบังคับใช้จริงในช่วงปลายปี 2026 นี้ การปรับระบบนี้สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด



