ปฏิบัติการรุนแรงของสหรัฐฯ ในอิหร่าน ส่งผลผู้เสียชีวิตพุ่งสูงกว่า 700 ศพ
กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม (CENTCOM) ได้เปิดเผยรายงานสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารที่มีชื่อว่า "Epic Fury" ซึ่งมุ่งเป้าโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา และดำเนินการอย่างเข้มข้นเป็นเวลารวม 3 วัน
จำนวนเป้าหมายที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากรายงานล่าสุดระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เพิ่มการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอีกประมาณ 700 แห่ง นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดรวมของเป้าหมายที่ถูกโจมตีทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,700 จุด แล้ว โดยปฏิบัติการครั้งนี้มีการนำเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ๆ เข้ามาเสริมกำลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตี
เป้าหมายที่ถูกโจมตีประกอบด้วยฐานยิงขีปนาวุธ เรือรบ เรือดำน้ำ และศูนย์บัญชาการต่างๆ ซึ่งเซนต์คอมได้เน้นย้ำว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับการโจมตี "เป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามอย่างปัจจุบันทันด่วนที่สุด" เป็นอันดับแรก เพื่อลดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของภูมิภาค
ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
สมาคมสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วทั้งหมด 787 ศพ โดยในจำนวนนี้รวมถึงนักเรียนหญิง 176 ราย ที่เสียชีวิตหลังจากโรงเรียนของพวกเธอในเมืองมินาบถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบที่รุนแรงต่อพลเรือนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
ข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีโรงพยาบาล
นายฟาเตเมห์ โมฮัมหมัดเบกี สมาชิกคณะกรรมาธิการสาธารณสุขของรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมากล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มีโรงพยาบาลในอิหร่านถึง 9 แห่งที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี พร้อมทั้งกล่าวหาว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ จงใจมุ่งเป้าไปที่สถานพยาบาลเหล่านั้น ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีโรงพยาบาลคานธีในกรุงเตหะราน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าว "ไม่ได้มีเป้าหมายที่โรงพยาบาล" ขณะที่เซนต์คอมยังไม่ได้ออกมาชี้แจงในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ออกมากล่าวหาทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ ว่า ร่วมกันพุ่งเป้าโจมตีไปที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลในวงการสาธารณสุขระหว่างประเทศ
สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านยังคงตึงเครียดและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สังเกตการณ์ต่างจับตาดูว่าการโจมตีครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไรต่อไป



