ฝ่ายค้านฮังการีคว้าชัยถล่มทลาย ปิดฉากยุค 16 ปีของวิคเตอร์ ออร์บาน
คณะกรรมการการเลือกตั้งฮังการีประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 หลังนับคะแนนไปได้ประมาณ 98% โดยระบุว่า พรรคฝ่ายค้าน Tisza ของนายปีเตอร์ มาจยาร์ คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียง 53.6% และได้ที่นั่งในรัฐสภา 138 จากทั้งหมด 199 ที่นั่ง หรือมากกว่า 2 ใน 3 ซึ่งเพียงพอสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของออร์บานหลังครองอำนาจยาวนาน
ในทางตรงกันข้าม พรรค Fidesz ของนายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน ได้คะแนนเสียงเพียง 37.8% และได้ที่นั่งในสภา 55 ที่นั่งเท่านั้น นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เขาขึ้นสู่อำนาจเมื่อ 16 ปีก่อน นายออร์บานได้แถลงยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเป็นทางการ หลังผลนับคะแนนชี้ชัดว่าฝ่ายค้านได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย
ขณะที่นายมาจยาร์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า นายออร์บานได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับชัยชนะแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้สนับสนุนนับหมื่นคนริมแม่น้ำดานูบ ในกรุงบูดาเปสต์ โดยนายมาจยาร์ระบุว่า “คืนนี้ ความจริงเอาชนะคำโกหก” พร้อมย้ำว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นฉันทามติทางประวัติศาสตร์ของประชาชนฮังการี
อัตราการใช้สิทธิ์สูงเป็นประวัติการณ์ส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์สูงเป็นประวัติการณ์ โดยแตะระดับกว่า 77% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ฮังการีเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังยุคคอมมิวนิสต์ในปี 2533 ส่งผลให้หลายหน่วยเลือกตั้งต้องขยายเวลาเปิดให้ประชาชนที่ยังต่อแย้วได้ใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่
ชัยชนะของนายมาจยาร์ถูกมองว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนทิศทางนโยบายของฮังการีอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป หรือ อียู ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลของนายออร์บานมักมีท่าทีขัดแย้งและเป็นพันธมิตรคนสำคัญของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ผลกระทบสะเทือนการเมืองโลกและพันธมิตรระหว่างประเทศ
ความพ่ายแพ้ของนายออร์บานส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงการเมืองโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้นำฝ่ายขวา รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ต้องสูญเสียพันธมิตรคนสำคัญในยุโรป ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคตอันใกล้



