เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน ภายใต้กฎหมายใหม่
เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน (22.02.2026)

เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน ภายใต้กฎหมายใหม่

ประธานสภาแห่งชาติของเวเนซุเอลาได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า มีผู้ต้องขังทางการเมืองยื่นคำร้องขออภัยโทษภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้แล้วมากกว่า 1,500 คน โดยทางการเริ่มดำเนินการปล่อยตัวตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านและองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ชี้ว่ายังมีความไม่ชัดเจนและข้อจำกัดในพื้นที่ของการอภัยโทษนี้

รายละเอียดการยื่นคำร้องและเป้าหมายการปล่อยตัว

นายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติเวเนซุเอลา เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้มีนักโทษการเมืองจำนวน 1,557 ราย ได้ยื่นคำร้องขออภัยโทษภายใต้กฎหมายใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขาระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการพิจารณาคำร้อง "โดยทันที" และตั้งเป้าว่ากฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมการปล่อยตัวนักโทษได้ถึง 11,000 คนในท้ายที่สุด

กลุ่มแรกที่จะได้รับการปล่อยตัวคือผู้ที่ถูกคุมขังในคุก "เอล เฮลิคอยด์" ซึ่งเป็นคุกอื้อฉาวในกรุงการากัส โดยคาดว่าจะได้รับอิสรภาพภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ส่งกองกำลังบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาสหรัฐฯ ได้กดดันให้รัฐบาลรักษาการเร่งปล่อยตัวนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังมาอย่างยาวนานในสมัยของมาดูโร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อวิจารณ์และเงื่อนไขแฝงจากฝ่ายค้าน

แม้จะมีข่าวการปล่อยตัวนักโทษรวมถึงนายฮวน ปาโบล กวานิปา นักการเมืองฝ่ายค้านชื่อดัง แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการกลับตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายฉบับนี้มี "เงื่อนไขแฝง" โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ไม่อนุญาตให้อภัยโทษแก่ผู้ที่เคยเรียกร้องให้ต่างชาติใช้กำลังทหารแทรกแซงเวเนซุเอลา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าข้อกำหนดดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่นางมารีอา กอรีนา มาชาโด เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปีล่าสุดโดยเฉพาะ นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังดูเหมือนจะกีดกันกลุ่มนายทหารหลายสิบนายที่เคยพยายามก่อกบฏต่อต้านรัฐบาลมาดูโรในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วย

สถานการณ์ปัจจุบันและผลกระทบ

ปัจจุบัน นายมาดูโรและนางซีเลีย ฟลอเรส ภรรยา กำลังถูกคุมขังเพื่อรอการพิจารณาคดีในสหรัฐฯ โดยเขาถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธ แต่นายมาดูโรให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมระบุว่าตนเองมีสถานะเป็นเชลยศึก

สำหรับคุก เอล เฮลิคอยด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักกิจกรรมระบุว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศไว้ว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกสั่งปิดถาวรหลังจากการจับกุมมาดูโรเสร็จสิ้นลง ขณะที่บรรดาญาติของผู้ต้องขังบางส่วนได้เริ่มประท้วงอดอาหารเพื่อกดดันให้มีการปล่อยตัวบุคคลอันเป็นที่รักโดยเร็วที่สุด

การพัฒนานี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองและความกดดันจากนานาชาติที่กำลังส่งผลต่อนโยบายภายในประเทศเวเนซุเอลา โดยเฉพาะในประเด็นสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม