นายกฯ ร่วมงานวันชาติญี่ปุ่น ย้ำสัมพันธ์ 14 ทศวรรษ พร้อมขยายความร่วมมือด้านดิจิทัล-พลังงานสีเขียว
นายกฯ ร่วมงานวันชาติญี่ปุ่น ย้ำสัมพันธ์ 14 ทศวรรษ (12.02.2026)

นายกฯ ร่วมงานวันชาติญี่ปุ่น ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระจักรพรรดิ ย้ำสัมพันธ์ 14 ทศวรรษ

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โดยมีนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ขอให้สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน พร้อมส่งความปรารถนาดีไปยังประชาชนชาวญี่ปุ่นให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไปอย่างต่อเนื่อง

เน้นย้ำความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นที่ลึกซึ้งและยืดหยุ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เน้นย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและญี่ปุ่นมีความลึกซึ้งและยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยทั้งสองประเทศพร้อมยืนหยัดร่วมกันในการส่งเสริมความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และขยายความร่วมมือสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตในหลายด้าน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความร่วมมือที่สำคัญได้แก่

  • นวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • พลังงานสีเขียว (Green Energy)
  • การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น

นอกจากนี้ ในโอกาสที่จะครบรอบ 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับ นางทากาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในโอกาสได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง และยืนยันความพร้อมที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กล่าวถึงความชื่นชมในดนตรีและร่วมดื่มอวยพร

ในช่วงท้ายของงาน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความชื่นชมในดนตรีที่มีร่วมกันระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีที่พัฒนามาอย่างยาวนาน จากนั้นได้เชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมกันดื่มอวยพรและกล่าวคำถวายพระพร “บันไซ” เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันเป็นนิรันดร์ระหว่างไทยและญี่ปุ่น

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ญี่ปุ่น แต่ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างสองประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว