พายุโซนร้อนยางิ (Yagi) ซึ่งเป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ได้พัดถล่มประเทศเวียดนาม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 127 รายแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีก 54 ราย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง
ความเสียหายรุนแรงในหลายพื้นที่
พายุยางิได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่พื้นที่ตอนเหนือของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดกว๋างนิญ (Quang Ninh) และไฮฟอง (Haiphong) ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมสำคัญหลายแห่ง นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก ต้นไม้หักโค่น และระบบไฟฟ้าถูกตัดขาดเป็นวงกว้าง
ผลกระทบต่อประชาชน
จากรายงานของทางการเวียดนาม พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากพายุมากกว่า 800 ราย และประชาชนอีกหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุการณ์ดินถล่มในหลายพื้นที่ ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งเป็นอัมพาต
ความช่วยเหลือจากรัฐบาล
รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศให้พื้นที่ประสบภัยเป็นเขตภัยพิบัติ และระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ รวมถึงอาสาสมัคร เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ
สาเหตุและความรุนแรงของพายุ
พายุยางิเริ่มก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก และทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนก่อนจะพัดเข้าสู่เวียดนามด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและคลื่นสูงในพื้นที่ชายฝั่ง
นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า พายุลูกนี้อาจเป็นหนึ่งในพายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษของเวียดนาม ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้พายุมีกำลังแรงขึ้น
แนวโน้มสถานการณ์
ขณะนี้พายุยางิได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว แต่ยังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือของเวียดนาม ทางการยังคงเตือนประชาชนให้ระวังภัยจากน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นต่อไป



