สหรัฐฯ ถล่มอิหร่าน 1,250 จุดใน 48 ชั่วโมง อิสราเอลประเมินทหารอิหร่านตายนับพัน
กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (CENTCOM) ได้เปิดเผยรายงานสำคัญเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารต่อต้านอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าในช่วง 48 ชั่วโมงแรก นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ "Epic Fury" กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านแล้วมากกว่า 1,250 จุด เพื่อทำลายกลไกด้านความมั่นคงของระบอบการปกครองอิหร่าน โดยมุ่งเน้นไปยังสถานที่ที่เป็นภัยคุกคามอย่างปัจจุบันทันด่วน
รายละเอียดปฏิบัติการและยุทโธปกรณ์ที่ใช้
ปฏิบัติการ Epic Fury เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 01:15 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยกองทัพสหรัฐฯ นำยุทโธปกรณ์ชั้นนำมาใช้ในการโจมตี ได้แก่
- เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1
- เครื่องบินขับไล่ F-16
- เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์
- เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ยุทโธปกรณ์อื่นๆ ที่ไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ในรายงานอย่างเป็นทางการ เป้าหมายที่ถูกโจมตีครอบคลุมถึงเรือและเรือดำน้ำของกองทัพเรืออิหร่าน ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบบูรณาการ ฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ รวมถึงกองบัญชาการร่วมของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองบัญชาการกองทัพอากาศของ IRGC
การประเมินความสูญเสียจากอิสราเอลและอิหร่าน
ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลได้ออกมาเปิดเผยว่า อิสราเอลประเมินว่ามีสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเสียชีวิตมากกว่า 1,500 ศพ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มการโจมตีอิหร่านร่วมกันเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทางด้านสมาคมเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านได้รายงานในช่วงเช้าวันจันทร์ว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 555 ศพ ซึ่งตัวเลขนี้ต่ำกว่าการประเมินของอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทของความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินการร่วมกันเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่กว้างขวางขึ้น



