เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ Warner Bros Discovery ได้มีมติอนุมัติข้อเสนอจากบริษัท Paramount ในการเข้าซื้อกิจการด้วยทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลถึง 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากการเจรจาที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน ซึ่งนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่าจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อวงการสื่อทั่วโลก
รายละเอียดข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์
ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ Paramount ซึ่งมีบริษัท Skydance เป็นเจ้าของ เข้ามาควบคุมลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และช่องรายการทั้งหมดของ Warner Bros รวมถึงแฟรนไชส์ระดับตำนานอย่าง Harry Potter, Game of Thrones และสถานีข่าว CNN ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ซามูเอล ดิเปียซซา ประธานของ Warner Bros กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า "เราตั้งตารอที่จะสร้างบริษัทที่ควบรวมกันอย่างยอดเยี่ยมร่วมกับ Paramount ซึ่งจะช่วยขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค และส่งผลดีต่อชุมชนบุคลากรผู้สร้างสรรค์ระดับโลก"
เงื่อนไขและอุปสรรคทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังไม่สามารถมีผลบังคับใช้ได้ในทันที เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรป ซึ่งอาจใช้เวลาพิจารณาอีกหลายเดือน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Netflix ได้ยื่นข้อเสนอซื้อ Warner Bros ก่อนหน้านี้ แต่ภายหลังได้ถอนตัวออกไป หลังจาก Paramount ยื่นข้อเสนอที่มีมูลค่าสูงกว่า
เบื้องหลังการเข้าซื้อและข้อกังวล
Paramount ซึ่งกำลังมุ่งหวังที่จะก้าวขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่แห่งฮอลลีวูด ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีอย่าง แลร์รี เอลลิสัน โดยมีเดวิด เอลลิสัน ลูกชายของเขา ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท
การที่เดวิด เอลลิสันจะเข้ามาควบคุม Warner Bros ทำให้เกิดความกังวลจากหลายฝ่าย เนื่องจากเขาเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้กับพรรครีพับลิกัน และมีกำหนดการเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันพฤหัสบดีนี้
เสียงประท้วงและผลกระทบต่อ CNN
นักแสดงชื่อดังอย่างมาร์ก รัฟฟาโล ผู้รับบท Hulk ในจักรวาล Marvel คาดว่าจะเข้าร่วมกลุ่มผู้ประท้วงบริเวณด้านหน้าอาคาร เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น "งานกาล่าแห่งการคอรัปชัน" เนื่องจากบริษัทยังมีอุปสรรคด้านกฎหมายที่ต้องเผชิญ
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังแสดงความกังวลว่าการที่ตระกูลเอลลิสันเข้ามาเป็นเจ้าของ CNN จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของสถานีข่าวอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมา CNN มีแนวคิดเอนเอียงไปทางฝ่ายซ้าย และมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับพรรคเดโมแครต ตรงข้ามกับ FOX News ที่เป็นฝั่งขวาอย่างชัดเจน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมสื่อและความสมดุลของข่าวสารในสหรัฐฯ อย่างแน่นอน ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ Thairath



