ไฟไหม้หมู่บ้านกลางน้ำมาเลเซียเผาบ้านกว่า 1,000 หลัง ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยเกือบหมื่นคน
เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในหมู่บ้านกลางน้ำบริเวณชายฝั่งรัฐซาบะฮ์ ประเทศมาเลเซีย ทำลายบ้านไม้ยกพื้นสูงไปกว่า 1,000 หลัง ส่งผลให้ประชาชนเกือบ 10,000 คนกลายเป็นผู้ประสบภัยไร้ที่อยู่อาศัย โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
รายละเอียดเหตุการณ์เพลิงไหม้ในรัฐซาบะฮ์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เกิดเพลิงไหม้ในหมู่บ้านกลางน้ำเขตซันดากัน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐซาบะฮ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สุดในมาเลเซีย รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์และบุคคลไร้สัญชาติ อาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นในบ้านไม้ยกพื้นสูง เพลิงเริ่มลุกไหม้ในช่วงเช้าตรู่และลุกลามอย่างรวดเร็ว
กรมดับเพลิงและกู้ภัยรัฐซาบะฮ์ระบุว่า ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 01:32 น. และได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 37 นายจากสถานีดับเพลิง 2 แห่งเพื่อเข้าควบคุมเพลิง แต่การดับเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเส้นทางที่คับแคบทำให้รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ นอกจากนี้ ระดับน้ำทะเลที่ลดต่ำลงยังทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าถึงแหล่งน้ำธรรมชาติได้ยากลำบาก และลมที่พัดแรงยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบและความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้
เพลิงไหม้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 เอเคอร์ ส่งผลให้บ้านพักชั่วคราวริมน้ำประมาณ 1,000 หลัง ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ นายจอร์จ อับดุล รักมัน ผู้บังคับการตำรวจเขตซันดากัน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งใหญ่และน่าสลดใจนี้ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยถึง 9,007 คน ทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยไร้ที่อยู่อาศัยในทันที
ด้านนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวว่ารัฐบาลกลางกำลังประสานงานกับหน่วยงานในรัฐซาบะฮ์ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือและจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้แก่ผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด นายอันวาร์ระบุผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือความปลอดภัยของผู้ประสบภัยและการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในพื้นที่
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของชุมชนชายฝั่งและความจำเป็นในการพัฒนาระบบป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีสภาพภูมิอากาศเอื้อต่อการเกิดเพลิงไหม้และความท้าทายในการเข้าถึงบริการฉุกเฉิน



