สงคราม 100 ชั่วโมงแรก สหรัฐฯ ใช้งบฯ เกิน 1.17 แสนล้านบาท ค่าใช้จ่ายพุ่งสูง
ศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ หรือ CSIS ได้เผยแพร่รายงานล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายมหาศาลในช่วงเริ่มต้นของปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน โดยระบุว่าในระยะเวลาเพียง 100 ชั่วโมงแรก สหรัฐอเมริกาใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.17 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 890 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือราว 2.8 หมื่นล้านบาท
รายละเอียดค่าใช้จ่ายและความท้าทายด้านงบประมาณ
จากรายงานของ CSIS พบว่าค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ไม่ได้รวมอยู่ในงบประมาณปกติของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยมีเพียงไม่ถึง 200 ล้านดอลลาร์เท่านั้นที่เป็นค่าใช้จ่ายด้านปฏิบัติการที่จัดสรรไว้แล้ว ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 3.54 พันล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์คาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ต้องขอเงินเพิ่มเติมผ่านงบประมาณพิเศษหรือร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณฉบับใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางการเงินในปฏิบัติการครั้งนี้
นอกจากค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการและสนับสนุนแล้ว ค่าใช้จ่ายหลักที่ถูกคาดการณ์ไว้คือการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์มาทดแทน ซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากคลังกระสุนขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯ และพันธมิตรเริ่มลดน้อยลง รวมถึงความสูญเสียด้านยุทโธปกรณ์ เช่น เครื่องบินรบ F-15 จำนวน 3 ลำที่ถูกยิงตกในเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกันเองที่คูเวต
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในอนาคต
CSIS ยังระบุด้วยว่าในระยะต่อไป ค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงไปตาม “การปรับเปลี่ยนของกองทัพสหรัฐฯ ที่จะใช้ยุทโธปกรณ์ที่มีราคาถูกลง” รวมถึง “ความเข้มข้นของปฏิบัติการ และประสิทธิภาพในการตอบโต้ของอิหร่าน” ซึ่งทำให้การคาดการณ์งบประมาณมีความซับซ้อนและไม่แน่นอนมากขึ้น
ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าความขัดแย้งกับอิหร่านจะยืดเยื้อเพียงใด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่นอนไว้ นายเฮกเซธเคยกล่าวไว้ว่า ปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินไปนานตราบเท่าที่ประธานาธิบดีเห็นสมควร โดยเขากล่าวเสริมว่า “คุณอาจจะบอกว่า 4 สัปดาห์ แต่มันอาจจะเป็น 6, เป็น 8 หรือแค่ 3 สัปดาห์ก็ได้ ท้ายที่สุดแล้ว เราคือผู้กำหนดจังหวะและเวลาของปฏิบัติการนี้เอง”
รายงานนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายด้านงบประมาณและยุทธศาสตร์ที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญในปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายการเงินและความมั่นคงในระยะยาว



