ยูเครนช็อก! คนร้ายล่อตำรวจโดนระเบิดดับ 1 เจ็บ 25 ราย เปิดโปงเบื้องหลังสายลับรัสเซีย
ยูเครนช็อก! คนร้ายล่อตำรวจโดนระเบิดดับ 1 เจ็บ 25

ยูเครนช็อก! คนร้ายล่อตำรวจไปโดนระเบิดดับ 1 ศพ เจ็บอีก 25 ราย เปิดโปงเบื้องหลังสายลับรัสเซีย

เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นในประเทศยูเครน เมื่อคนร้ายล่อลวงตำรวจให้เดินทางไปตรวจสอบเหตุงัดแงะร้านค้าในเมืองลวิฟ ทางตะวันตกของประเทศ ก่อนจุดระเบิดแสวงเครื่องที่ซ่อนไว้ในถังขยะ ส่งผลให้ตำรวจเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 25 ราย โดยในจำนวนนี้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายนาย

รายละเอียดเหตุการณ์ระเบิดในเมืองลวิฟ

ตามรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติของยูเครน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 หลังได้รับแจ้งเหตุบุกรุกร้านค้าในย่านใจกลางเมืองลวิฟในช่วงหลังเที่ยงคืน ทีมตำรวจชุดแรกเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุและเกิดระเบิดลูกแรกขึ้นทันที ต่อมาเมื่อทีมตำรวจชุดที่สองมาถึง ก็เกิดระเบิดลูกที่สองขึ้นอีกครั้ง

ระเบิดทั้งสองลูกถูกซ่อนไว้ในถังขยะและเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งทำให้ตำรวจหญิงวัย 23 ปีชื่อ วิกตอเรีย ชพิลกา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 25 รายนั้น ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทั้งหมด 11 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 6 นายที่มีอาการสาหัส

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเปิดเผยข้อมูลผู้ต้องสงสัยและเบื้องหลัง

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ถูกควบคุมตัวได้แล้ว ขณะที่นายอันดรีย์ ซาโดวี นายกเทศมนตรีเมืองลวิฟ ระบุว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หญิงชาวยูเครน

ต่อมา ตำรวจยูเครนเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องสงสัยวัย 33 ปีรายนี้เป็นผู้ประดิษฐ์และนำระเบิดไปวาง ตาม "คำสั่ง" ของสายลับจากหน่วยข่าวกรองพิเศษของรัสเซีย โดยนายอิฮอร์ คลิเมนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้อาศัยในแคว้นรีฟเน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของยูเครน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตำรวจและหน่วยรักษาความมั่นคงแห่งยูเครนกำลังเร่งระบุตัวบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

บริบทความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย

เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ยูเครนกำลังเผชิญกับการรุกรานจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจหญิงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้เข้าปฏิบัติหน้าที่หลังรัสเซียเริ่มการรุกรานแคว้นเคอร์ซอนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดและความรุนแรงที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิภาค

การเปิดโปงเบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับสายลับรัสเซียในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน