ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดนายกฯ 8 ปียังไม่สิ้นสุด ครบวาระปี 2570
ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดนายกฯ 8 ปียังไม่สิ้นสุด ครบวาระปี 2570

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งเป็นที่จับตามองของสังคมการเมืองไทย โดยศาลฯ วินิจฉัยว่าการนับระยะเวลา 8 ปี ตามมาตรา 158 วรรคสี่ ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ คือวันที่ 6 เมษายน 2560 ส่งผลให้วาระของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่สิ้นสุด และจะครบวาระในปี 2570

รายละเอียดคำวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาโดยละเอียดถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง โดยมีประเด็นหลักคือการตีความคำว่า 'ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินแปดปี' ซึ่งศาลฯ เห็นว่าการนับวาระต้องเริ่มนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ ไม่ใช่นับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 2557 หลังรัฐประหาร

เหตุผลสำคัญ

ศาลฯ ชี้แจงว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่วางกรอบการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้เป็นการเฉพาะ ดังนั้น การนับวาระจึงต้องเริ่มนับเมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้เท่านั้น นอกจากนี้ ศาลฯ ยังระบุว่า การดำรงตำแหน่งก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ซึ่งไม่มีข้อจำกัดเรื่องวาระ 8 ปี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ผลกระทบต่อรัฐบาล: คำวินิจฉัยนี้ส่งผลให้พลเอกประยุทธ์สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้จนถึงปี 2570 โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
  • ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง: ฝ่ายรัฐบาลแสดงความยินดีกับคำวินิจฉัย ขณะที่ฝ่ายค้านและนักวิชาการบางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าควรนับวาระตั้งแต่ปี 2557
  • ความเห็นของประชาชน: ประชาชนบางส่วนกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและการบริหารประเทศในระยะยาว

บทวิเคราะห์

คำวินิจฉัยนี้มีนัยสำคัญต่อการเมืองไทย เนื่องจากเป็นการยืนยันว่า พลเอกประยุทธ์สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้อีกนานถึง 5 ปี ซึ่งอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าและความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่เห็นต่างอาจใช้ประเด็นนี้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองต่อไป

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้เน้นย้ำว่าคำวินิจฉัยเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และเป็นที่สุดตามกฎหมาย