ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 40 คน ที่ขอให้วินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 158 วรรคสี่ โดยนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 14.00 น.
ปมข้อกฎหมาย
คำร้องอ้างว่านายเศรษฐาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 4 ปีแล้ว นับแต่วันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 โดยนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลรักษาการด้วย ซึ่งรวมแล้วเป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคสี่ ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปี แต่ต้องนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลรักษาการด้วย
ข้อต่อสู้ของฝ่ายรัฐบาล
ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่านายเศรษฐาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียง 1 ปีเศษ เนื่องจากเพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และไม่สามารถนับรวมระยะเวลาที่เป็นรัฐบาลรักษาการได้ เพราะเป็นคนละตำแหน่งกัน โดยอ้างว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นวาระต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถนับย้อนหลังไปถึงรัฐบาลที่แล้วได้
ผลกระทบหากศาลวินิจฉัยสิ้นสุด
หากศาลวินิจฉัยว่าวาระนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง นายเศรษฐาจะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย เว้นแต่จะรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และอาจต้องมีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร
ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง
ฝ่ายค้านแสดงความเห็นว่าคำร้องนี้เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลมองว่าเป็นความพยายามสร้างความไม่มั่นคงทางการเมือง พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ว่าการยื่นคำร้องไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และขอให้ศาลใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้นายเศรษฐาชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน และให้ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา ชี้แจงภายใน 30 วัน ก่อนที่จะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 16 มกราคม 2568



