วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงชี้แจงกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาเคลื่อนไหวติดตามทวงถามเรื่องข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
นายศุภชัย กล่าวว่า พฤติกรรมของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่สมควรกระทำในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพราะสังคมทราบดีว่าที่ดินเขากระโดงมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดและ น.ส.3 ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ มีเหตุผลสองประการคือ ไม่เข้าใจกฎหมาย หรือจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อใส่ร้ายป้ายสีผู้สุจริต
ท้าตีท้าต่อยไม่สมฐานะอดีต ผบ.ตร.
เมื่อวานนี้ (31 พ.ค. 69) พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณหน้าบ้านเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน พร้อมท้าตีท้าต่อยและท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ไม่พึงกระทำของ สส.
“คุณเสรีพิศุทธ์ เคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มียศถึงพลตำรวจเอก ควรมีสำนึกว่าการกระทำดังกล่าวผิดหน้าที่และก้าวล่วงอำนาจศาล การพูดเหมารวมว่าทุกคนบุกรุกที่ดินรัฐ ทั้งที่โฉนดยังไม่ถูกเพิกถอนและหลายคดีอยู่ระหว่างศาล เป็นการก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรมและละเลยหลักนิติรัฐอย่างชัดเจน”
ย้อนเกล็ด เคยโดนคดีบุกรุกที่หลวง
นายศุภชัย ตั้งคำถามว่า หากทุกอย่างจบเด็ดขาดตามที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวอ้าง ทำไมการรถไฟแห่งประเทศไทยยังต้องฟ้องประชาชนเป็นคดีแพ่งอีกหลายคดี และทำไมศาลยังรับฟ้องไว้พิจารณา คำตอบคือ ศาลทราบดีว่าคำพิพากษาเดิมมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเดิม ส่วนบุคคลภายนอกที่มีโฉนดย่อมมีสิทธิต่อสู้และพิสูจน์สิทธิของตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145



