ความคืบหน้าคดีหุ้นกู้ของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่สร้างความเสียหายให้กับผู้ลงทุนจำนวนมาก ล่าสุดพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้แล้วจำนวน 18 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชบัญญัติการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527
รายละเอียดการฟ้องคดี
พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 18 รายต่อศาลอาญา โดยคดีนี้มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท มีผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียนแล้วกว่า 2,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปที่หลงเชื่อคำชักชวนให้ลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัท โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 15-20 ต่อปี
พฤติการณ์แห่งคดี
จากการสอบสวนพบว่า บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้แก่ประชาชนทั่วไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และมีการโฆษณาชักชวนผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงการจัดสัมมนา โดยใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- มีการแจ้งข้อมูลเท็จเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของบริษัท
- อ้างว่ามีการค้ำประกันจากสถาบันการเงินชั้นนำ
- นำเงินจากผู้ลงทุนรายใหม่มาจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนรายเก่า (แชร์ลูกโซ่)
การออกหมายจับเพิ่มเติม
นอกจากผู้ต้องหาที่ถูกฟ้องแล้ว พนักงานสอบสวนยังได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 5 ราย ซึ่งรวมถึงกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงที่หลบหนีการจับกุม โดยคาดว่าผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
แนวทางการดำเนินคดี
พนักงานอัยการได้เตรียมพยานหลักฐานจำนวนมากเพื่อใช้ในการดำเนินคดี ซึ่งรวมถึงเอกสารทางการเงิน บันทึกการประชุม และคำให้การของผู้เสียหาย โดยคาดว่าการพิจารณาคดีจะใช้เวลานานเนื่องจากมีผู้เสียหายและพยานจำนวนมาก
- การนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 15 สิงหาคม 2567
- การไต่สวนคำร้องขัดทรัพย์ในวันที่ 20 สิงหาคม 2567
- การสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1 กันยายน 2567
คำแนะนำสำหรับผู้เสียหาย
พนักงานอัยการแนะนำให้ผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้รีบดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมในคดีได้ และขอให้ผู้เสียหายเตรียมหลักฐานการลงทุน เช่น สัญญาซื้อขาย ใบเสร็จรับเงิน และหลักฐานการโอนเงิน เพื่อประกอบการดำเนินคดี



