รัฐสภาเคาะแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย. ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 ในสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ระหว่างวันที่ 9 ถึง 10 เมษายน พ.ศ. 2569 ได้กำหนดวาระด่วนสำหรับคณะรัฐมนตรีในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยคำแถลงนโยบายของรัฐบาลในวาระนี้ประกอบด้วย 5 ด้านหลักที่ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา
5 เสาหลักขับเคลื่อนประเทศ
คำแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึง 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย รัฐบาลตั้งเป้าที่จะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์หรือ Cluster ซึ่งจะรวมพลังจากภาคเอกชนและประชาชนเข้าด้วยกัน โดยปรับบทบาทของภาครัฐให้เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พร้อมทั้งเร่งรัดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐให้ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กลไกบริหารแบบ Cluster 5 กลุ่มยุทธศาสตร์
กลไกการบริหารราชการในรูปแบบ Cluster นี้แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- ด้านการผลิต การค้าและบริการ
- ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ด้านสังคมและสวัสดิการ
- ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ อย่างเป็นเอกภาพ
ตารางเวลาและกระบวนการประชุม
การประชุมในวันที่ 9 เมษายนเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.30 น. และดำเนินไปจนถึงประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 10 เมษายน ส่วนในวันที่ 10 เมษายนเริ่มเวลา 08.00 น. และคาดว่าจะสิ้นสุดประมาณ 23.00 น. ทำให้รวมเวลาการประชุมทั้งหมดอยู่ที่ 32.30 ชั่วโมง
การแบ่งเวลาในการอภิปรายสำหรับแต่ละฝ่ายมีดังนี้
- ประธานรัฐสภา: 1 ชั่วโมง
- นายกรัฐมนตรี: 1.30 ชั่วโมง
- คณะรัฐมนตรี: 6 ชั่วโมง
- วุฒิสภา: 4 ชั่วโมง
- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล: 5 ชั่วโมง
- พรรคร่วมฝ่ายค้าน: 14 ชั่วโมง
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในวาระปัจจุบัน โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปข้างหน้า



