เปิดใจ 'หนุ่มดวงซวย' ถูกตร.รังแกกลางเมืองพัทยา รับไม่ได้ถูกเหยียดหยาม
เปิดใจหนุ่มดวงซวยถูกตร.รังแกกลางเมืองพัทยารับไม่ได้ถูกเหยียดหยาม

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอขณะถูกตำรวจสายตรวจเมืองพัทยากล่าวคำหยาบคายและข่มขู่ หลังจากที่ถูกเรียกตรวจค้นกลางถนนในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 5 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้เสียหายได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เปิดใจผู้เสียหาย

นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ตนเองขับรถยนต์ส่วนตัวกลับบ้านหลังจากเลิกงาน ขณะที่จอดรถติดไฟแดงบริเวณแยกถนนสุขุมวิท-พัทยากลาง ก็มีตำรวจสายตรวจ 2 นาย ขับรถจักรยานยนต์มาขวางหน้าและเรียกให้จอดข้างทาง โดยไม่มีการชี้แจงสาเหตุ

“ผมก็จอดตามที่เขาสั่ง แล้วเขาก็เดินมาที่รถ บอกให้ลงจากรถ พร้อมกับพูดจาหยาบคายและข่มขู่ ทำนองว่าผมเป็นผู้ต้องหาคดีอะไรสักอย่าง แต่ไม่ยอมบอกว่าผมทำผิดอะไร” นายเอกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ถูกตรวจค้นโดยไม่มีเหตุอันควร

นายเอเล่าว่า หลังจากลงจากรถ ตำรวจทั้งสองนายได้ตรวจค้นตัวและรถยนต์ของเขาอย่างละเอียด โดยไม่มีการแสดงหมายค้นหรือแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ การกระทำดังกล่าวสร้างความอับอายและหวาดกลัวให้กับเขาเป็นอย่างมาก

“ผมรู้สึกว่าถูกเหยียดหยามเหมือนเป็นอาชญากร ทั้งที่ผมเป็นคนธรรมดาที่ไม่เคยมีประวัติเสียหาย การกระทำของตำรวจชุดนี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นายเอกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

ทนายชี้ช่องดำเนินคดี

ด้านนายสมศักดิ์ ทนายความอาสา กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติต่อประชาชนโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ผู้เสียหายสามารถรวบรวมหลักฐาน เช่น คลิปวิดีโอ พยานบุคคล แล้วเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายนั้นได้” ทนายสมศักดิ์แนะนำ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตร.พัทยาชี้แจง

พล.ต.ต.ชูเกียรติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าตำรวจนายใดกระทำผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

“เราจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับเจ้าหน้าที่ทุกนาย ต้องปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพและเป็นธรรม” พล.ต.ต.ชูเกียรติกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายเอเปิดเผยว่า ตนยังคงรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวอีก เนื่องจากเกรงว่าจะถูกตำรวจชุดเดียวกันทำร้ายหรือกลั่นแกล้ง