วัชรพงศ์ ฉะขบวนการล้มรัฐบาล ปล่อยเฟกนิวส์ดิสเครดิตรายวัน
วัชรพงศ์ ฉะขบวนการล้มรัฐบาล ปล่อยเฟกนิวส์ดิสเครดิต

วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย แสดงจุดยืนปกป้องการทำงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเตือนสติสังคมถึงขบวนการที่มีเป้าหมายโค่นล้มรัฐบาล ด้วยการสร้างข่าวใส่ร้ายและบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง

ขบวนการดิสเครดิตนายกฯ ใช้ทุกวิถีทาง

นายวัชรพงศ์ระบุว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนที่จ้องจับผิดและนำทุกอิริยาบถของนายกฯ มาบิดเบือนให้เป็นประเด็นลบ ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายในพรรคระหว่าง 'น.หนู' กับ 'น.เน' การขุดคุ้ยข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตต่างๆ หรือแม้แต่การใช้หมอดูออกมาทำนายทายทักว่า จะหลุดจากตำแหน่งในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งล้วนเป็นความพยายามดิสเครดิตทั้งสิ้น

ข่าวลือนายกฯคนใหม่ 'ศ.' สร้างความปั่นป่วน

สำหรับประเด็นที่มีการปล่อยข่าวลือเรื่องการวางตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ อักษรย่อ 'ศ.' นั้น นายวัชรพงศ์ย้ำว่า ขอให้ประชาชนตั้งสติและพิจารณาด้วยเหตุผล เพราะในความเป็นจริง รัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดช่องให้สามารถทำได้ การปล่อยข่าวลือลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ผู้ที่ปล่อยข่าวต้องการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง หรือลึกๆแล้วมีความต้องการเรียกร้องให้เกิดการใช้อำนาจนอกระบบกันแน่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รัฐบาลทำผลงานดี กลุ่มเสียประโยชน์สกัดกั้น

นายวัชรพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนสาเหตุที่ขบวนการโค่นล้มทำกันอย่างเข้มข้นนั้น เป็นเพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลของนายกฯอนุทิน สามารถพิสูจน์ผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม แก้วิกฤตประเทศได้ในหลายมิติ ทั้งการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการค้าในตลาดโลก การเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ การแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการเอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อรัฐบาลทำผลงานได้ดี กลุ่มพรรคการเมืองอื่น หรือขบวนการที่จ้องทุจริตกินเมืองย่อมเสียผลประโยชน์ และรู้สึกว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตราย จึงต้องงัดทุกวิชามารออกมาสกัดกั้นทุกวิถีทาง

ฝากถึงประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวลวง

นายวัชรพงศ์กล่าวและฝากความห่วงใยถึงประชาชน ขอให้ทุกคนมีสติในการรับข่าวสาร พิจารณาข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และอย่าหลงเชื่อข่าวลวงจากผู้ที่ประสงค์ร้าย เพราะหากปล่อยให้ข่าวปลอมเหล่านี้มาสร้างความสับสนและแตกแยก จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาธิในการทำงานของรัฐบาล และทำให้การเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนต้องหยุดชะงักลง