วีระยุทธซัดงบ70ทิ้งอุตสาหกรรมไทย เสนอ4ข้อฟื้นยานยนต์
วีระยุทธซัดงบ70 ทิ้งอุตสาหกรรมไทย เสนอ4ข้อฟื้นยานยนต์

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 โดยวิจารณ์ว่ารัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ กลัวตกขบวนเทคโนโลยี และละเลยอุตสาหกรรมสำคัญ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่รองรับการจ้างงานกว่า 600,000 คน และมีมูลค่าถึง 10% ของจีดีพีไทย

รัฐบาลเปรียบเหมือนคนกลัวตกกระแสและติดแกลม

นายวีระยุทธกล่าวถึงการประกาศเป้าหมายพาไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ของรัฐบาล ว่าจะต้องทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวปีละ 5.8% จากรายได้เฉลี่ยปัจจุบัน 7,100 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี สู่ระดับ 14,000 ดอลลาร์ตามเกณฑ์ธนาคารโลก แต่สถานการณ์ที่ผ่านมายังทำได้ไม่ถึงครึ่ง โดยไตรมาส 4 ปี 2568 เศรษฐกิจโตเพียง 2.5% และไตรมาสแรกปี 2569 โต 2.8% เท่านั้น

“รัฐบาลทำนโยบายเหมือนคนตกอยู่ใน 2 สภาวะ คือ FOMO หรือกลัวตกกระแส และติดแกลม มุ่งชักชวนต่างชาติมาลงทุน แต่ไม่ได้สร้างความเข้มแข็งจากภายใน ต่างจากเกาหลีใต้ที่ต่อยอดอุตสาหกรรมของตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนทิ้งไทยห่างไปเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปี 2510 ขณะที่ไทยติดกับดักรายได้ปานกลางมาครบ 50 ปี” นายวีระยุทธกล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

งบประมาณส่วนใหญ่อุดหนุนค่ายรถ EV แต่ผลลัพธ์น่าเป็นห่วง

นายวีระยุทธชี้ว่ารัฐบาลทุ่มงบประมาณส่วนใหญ่กับการอุดหนุนค่ายรถ แต่ไม่ลงทุนสร้างคนและสร้างอุตสาหกรรม นับตั้งแต่มีนโยบาย EV3.5 รัฐไทยอุดหนุนค่ายรถไฟฟ้าไปแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท และสูญเสียรายได้จากการลดภาษีศุลกากรอีกปีละประมาณ 13,000 ล้านบาท แต่ผลลัพธ์กลับน่าเป็นห่วง ในปี 2569 ค่ายรถต้องผลิตชดเชยทั้งหมด 240,000 คัน แต่ผ่านไปครึ่งปีทำได้เพียง 31,000 คัน หรือแค่ 13% เท่านั้น ขณะที่ค่าย Neta ซึ่งรับเงินอุดหนุนไป ก็ถอนการลงทุนและหยุดสายการผลิตทั้งหมดในไทยแล้ว โดยที่ยังค้างการผลิตอีกกว่า 19,700 คัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

งบประมาณด้านซัพพลายและพัฒนาทักษะแรงงานต่ำมาก

นายวีระยุทธสะท้อนว่ารัฐบาลใช้งบประมาณปีละเกือบ 90% ไปกับการอุดหนุนค่ายรถอีวี ส่วนงบฝั่งผลิต (ซัพพลาย) อยู่ที่ปีละราว 10% เท่านั้น โดยงบปี 2570 ถูกใช้ไปกับการอุดหนุนค่ายรถยนต์ 3,500 ล้านบาท ส่วนฝั่งซัพพลายซึ่งเป็นงบโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ทดสอบ 343 ล้านบาท เหลืองบสำหรับพัฒนาทักษะแรงงานเพียง 68 ล้านบาทเท่านั้น

เมื่อพิจารณารายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาทักษะของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จากปีที่แล้ว (2569) ได้งบประมาณ 57.7 ล้านบาท ตั้งเป้าอบรมแรงงาน 15,000 คน ปีนี้ถูกปรับลดลง 9% เหลือเพียง 52.5 ล้านบาท จากเดิมที่มีเวลาฝึกแรงงานคนละ 5 วัน เมื่อถูกปรับลดงบประมาณก็เกรงว่าแรงงานจะยิ่งได้รับการอบรมน้อยลงไปอีก ขณะที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงการที่เน้นการฝึกเพิ่มทักษะแรงงานในสถานประกอบการอย่างจริงจังมีงบประมาณเพียงปีละ 7 ล้านบาท สามารถฝึกได้เพียง 200 กว่าคนต่อปี เมื่อจบโครงการ 5 ปี

ข้อเสนอ 4 มาตรการฟื้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

นายวีระยุทธปิดท้ายข้อเสนอ 4 มาตรการเพื่อหาทางออกแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประกอบด้วย

  • เปลี่ยนบอร์ด EV เป็นบอร์ดยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อมองทั้งระบบ ทั้งซอฟต์แวร์ ระบบอัตโนมัติ และพลังงานไฮโดรเจน ไม่จำกัดอยู่แค่รถไฟฟ้า
  • ปรับวิธีใช้งบประมาณ จากการอุดหนุนดีมานด์ มาลงทุนสร้างซัพพลาย ได้แก่ แรงงาน ศูนย์ทดสอบ และห้องปฏิบัติการ
  • ช่วยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเปลี่ยนผ่าน ไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ เช่น เครื่องมือแพทย์ อากาศยาน หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยไม่ปล่อยให้โรงงานที่มีศักยภาพต้องทยอยปิดตัวลง
  • กำหนดกลไกภาษีและเกณฑ์ Local Content ที่เข้มงวดกว่าปัจจุบัน เพื่อบังคับให้การลงทุนจากต่างประเทศเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง

นายวีระยุทธสรุปว่า ปัญหาของประเทศไทยวันนี้ไม่ใช่การขาดเงินลงทุน แต่ขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว หากยังคงอุดหนุนการนำเข้าโดยไม่สร้างความสามารถในการแข่งขันภายใน ไทยอาจสูญเสียทั้งอุตสาหกรรมเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ได้ในเวลาเดียวกัน