เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและติดตามการแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ครั้งที่ 3/2569 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ก่อนการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและเตรียมความพร้อมดำเนินงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์
บูรณาการรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนท่องเที่ยวและกีฬา
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬาในระยะต่อไปต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ตอบโจทย์ประชาชนและผู้ประกอบการ สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าและหารือประเด็นสำคัญหลายด้าน อาทิ การผลักดันการท่องเที่ยวทางรางร่วมกับกระทรวงคมนาคม การเตรียมเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพลัส (Co-Payment) การจัดตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลด้านการท่องเที่ยว (BDEC) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการให้บริการข้อมูล รวมถึงการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างความหลากหลายของตลาดท่องเที่ยวไทย
ตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐ-เอกชนด้านท่องเที่ยว
ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้แทนภาคธุรกิจท่องเที่ยวทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของภาคอุตสาหกรรมและสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ปราบนอมินี
ในด้านการสร้างความเชื่อมั่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำชับทุกหน่วยงานให้เร่งยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทั้งการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการป้องกันอาชญากรรม การหลอกลวงนักท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกและการสื่อสารข้อมูลที่รวดเร็ว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีมาตรฐานระดับสากล
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า "ผมยังคงเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีในภาคการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้ประกอบการไทย เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ และวางรากฐานระบบนิเวศทางการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว"
ขับเคลื่อนนโยบายสู่รูปธรรม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นอกจากนี้ รัฐมนตรียังขอให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนนโยบายสำคัญให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยยึดประชาชนและผู้ประกอบการเป็นศูนย์กลาง พร้อมบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การท่องเที่ยวและกีฬายังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน



