"เท้ง" ขู่ฟ้อง ม.157 ดีเอสไอปล่อยชื่อ "ภาวุธ" หวังดิสเครดิตกลบข่าว
"เท้ง" ขู่ฟ้อง ม.157 ดีเอสไอปล่อยชื่อ "ภาวุธ" หวังดิสเครดิต

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยมีการเปิดชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมา

ดีเอสไอแถลงไม่เป็นธรรม

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากการที่ DSI แถลงข่าวไปแล้ว สิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุดคือผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเอ่ยชื่อเลย แต่ผู้ต้องสงสัยที่ยังไม่ถูกหมายเรียก คือนายภาวุธถูกเอ่ยชื่ออย่างชัดเจน เรื่องนี้อยากให้สังคมช่วยกันตั้งคำถามว่าการดำเนินการของ DSI เป็นไปตามกระบวนการหรือไม่

นายณัฐพงษ์ฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจหน้าที่ ถ้ามีใบสั่งให้ออกมาดำเนินการแบบนี้ อยากให้ทุกคนอย่าไปทำตาม เพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบคือข้าราชการประจำที่ทำตามใบสั่งของนักการเมือง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตั้งข้อสังเกตจังหวะเวลา

เมื่อถามว่าการแถลงวันนี้มีเจตนาชัดเจนว่าเป็นใบสั่งหรือไม่แม้ทางอธิบดีจะปฏิเสธ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ลองดูว่าช่วงที่มีการแถลงข่าวหรือปล่อยข่าวออกมาเป็นช่วงเดียวกันกับที่ 2 กรรมาธิการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งนายภาวุธเป็นคนตรวจสอบเรื่องนี้อย่างแข็งขัน สิ่งที่มีข่าวออกมาพยายามสร้างกระแสกลบข่าว พยายามดิสเครดิตทำลายความน่าเชื่อถือของนายภาวุธหรือไม่

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การแถลงข่าวออกมาแทบไม่มีเนื้ออะไรเลย นายภาวุธเองก็ได้ให้ข้อเท็จจริงไปหมดแล้วว่ามาจากการเทรดทองและทำการซื้อขายตามปกติ นายภาวุธทำธุรกิจเกี่ยวกับ Payment Gateway ดังนั้นอยากให้ DSI ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา ไม่อยากให้สังคมต้องตั้งคำถามว่าการกระทำครั้งนี้เป็นคดีการเมือง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ขู่ฟ้อง ม.157 และเรียกร้อง ป.ป.ช.

เมื่อถามว่าทางพรรคจะทำหนังสือถึง DSI ให้ชี้แจงหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการพูดคุยกับทีมกฎหมายของพรรค ว่าถ้าเจอเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบก็มีมาตรา 157 มีช่องทางที่จะดำเนินการได้ และอยากเรียกร้องกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยตรง

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในการประชุมร่วมกันของสองกรรมาธิการวันนั้นมีตัวแทนของ ป.ป.ช. เข้าประชุมอยู่ด้วย อย่าลืมว่าตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูลมาตรา 14 วรรค 2 เขียนไว้ชัดเจนว่าถ้า ป.ป.ช. เห็นว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อฮั้วประมูล ไม่ต้องมีมูลแค่ส่อว่ามีพฤติการณ์ฮั้วประมูล ซึ่งการชี้แจงในกรรมาธิการวันนั้นเห็นได้ชัดว่ามีการล็อค TOR หรือไม่ บริษัทที่ชนะการประมูลมีความเกี่ยวข้องโดยตรงหรือทางอ้อมกับบริษัทที่มีป้ายโฆษณาจำนวนมากหรือไม่ ข้อสงสัยเหล่านี้เพียงพอแล้วที่ ป.ป.ช. จะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง ถ้า ป.ป.ช. ไม่ดำเนินการ ตนคิดว่าป.ป.ช. ก็อาจจะขัดต่อกฎหมาย พ.ร.บ.ฮั้วประมูลเช่นเดียวกัน

ไม่หวั่นกระทบหาเสียง

เมื่อถามว่ามีผลเสียต่อคะแนนของพรรคหรือไม่ในช่วงนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนไม่ห่วงในเรื่องนี้ คิดว่าสังคมและประชาชนมองออกว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด การดำเนินการที่ผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ จะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลเองขาดความน่าเชื่อถือ

เมื่อถามว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่ในนามของพรรค หลังนายภาวุธออกมาโพสต์เฟซบุ๊กแล้ว นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้นายภาวุธก็แสดงความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจ และไม่ขอใช้เอกสิทธิ์สส.ด้วยซ้ำ พร้อมเข้าไปชี้แจงถ้านายภาวุธชี้แจงได้ทุกอย่างแล้ว ก็เป็นการเคลียร์ข้อสงสัยทุกอย่างในฝั่งของเรา และถ้าเราเคลียร์ได้ทุกอย่างจริง ๆ คนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือ DSI ที่แถลงออกมา เพราะทำให้นายภาวุธและพรรคประชาชนเกิดความเสียหาย