พระโกศทองใหญ่ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศคู่แผ่นดินกว่า 200 ปี
พระโกศทองใหญ่ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศคู่แผ่นดิน

พระโกศทองใหญ่ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศคู่แผ่นดินกว่า 200 ปี

พระโกศทองใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงงานประณีตศิลป์ชั้นสูง แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความรัก ความอาลัยอันลึกซึ้ง และการถวายพระเกียรติยศสูงสุดในวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ล่าสุด สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพนักงานจัดเครื่องสมทบ 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ พระราชทานเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติยศให้ปรากฏสืบไป ประกาศ ณ วันที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน "พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 9" ทรงพระศพ พร้อมทั้งพระราชทานพระเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 7 ชั้น) กางกั้นพระโกศ

พระโกศทองใหญ่ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศสูงสุด

พระโกศทองใหญ่ คือเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศและพระอิสริยยศสูงสุดของไทย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 200 ปี และในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันถึง 3 องค์ เพื่อสืบทอดราชประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ และการถวายพระเกียรติยศอย่างสูงสุด โดยมีประวัติความเป็นมาของแต่ละองค์ ดังนี้

1. พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 1 (พ.ศ. 2351)

การจัดสร้างเริ่มต้นขึ้นจากองค์วัตถุดิบ เพื่อเตรียมไว้สำหรับพระบรมศพของพระองค์เอง การใช้งานครั้งแรก: ในปีนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงศรีสุนทรเทพ (พระราชธิดา) สิ้นพระชนม์ลงก่อน ด้วยความรักและอาลัยอย่างสุดซึ้ง รัชกาลที่ 1 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระโกศองค์นี้ไปประดิษฐานพระศพพระราชธิดาเป็นครั้งแรก จนกลายเป็นโบราณราชประเพณีสืบมาที่สามารถพระราชทานพระโกศทองใหญ่ให้ทรงพระศพเจ้านายชั้นสูงองค์อื่น ๆ ได้เป็นกรณีพิเศษ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2443)

การจัดสร้าง ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อพระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 1 องค์เดิมเริ่มชำรุดจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ปรับปรุงโครงสร้างการจัดสร้างพระโกศองค์ใหม่ขึ้นถวาย ในปี พ.ศ. 2443 ลักษณะเด่น เพื่อสืบทอดราชประเพณีและออกนามว่า "พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 5" มีบล็อกต่างๆ ที่สะท้อนฝีมือช่างอังกฤษคือ ลายกลีบบัวรอบองค์พระโกศจะเป็นลายกาบที่มีแบบศิลปิตสองค์พระโกศมากกว่า แสดงความงดงามและประณีตศิลป์ในสมัยนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

3. พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 9 (พ.ศ. 2542 - 2543)

การจัดสร้าง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระโกศทองใหญ่ทั้งองค์รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 5 ต่างชำรุดทรุดโทรมลงไปมากเนื่องจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระโกศทองใหญ่ขึ้นใหม่อีกองค์หนึ่ง ในช่วงปี พ.ศ. 2542 - 2543 การใช้งานครั้งแรก ได้เชิญออกประดิษฐานพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นครั้งแรก ลักษณะเด่นทางศิลปกรรม พระโกศองค์นี้ยังคงสืบทอดรูปทรงแปดเหลี่ยมพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ตามโบราณราชประเพณี แต่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่งดงามแปลกตา โดยจำหลัก "ลายประดับยามก้านแย่งดอกประกอบและลายใบเทศอย่างละเอียดลออ" บนกาบพระโกศ นับเป็นผลงานประณีตศิลป์ชิ้นเอกที่สะท้อนถึงการอนุรักษ์และความเชี่ยวชาญของช่างสิบหมู่ประยุกต์ในยุคปัจจุบัน

แม้พระโกศทองใหญ่ทั้ง 3 องค์จะถูกสร้างขึ้นต่างยุคสมัยและมีรายละเอียดศิลปกรรมที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ คุณค่าทางจิตใจอันประเมินค่าไม่ได้ พระโกศทองใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงงานประณีตศิลป์ชั้นสูง แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงความรัก ความอาลัยอันลึกซึ้ง และการถวายพระเกียรติยศสูงสุดในวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ การสืบทอดและการส่งต่อโบราณราชประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์นี้ จารึกความผูกพันและความอาลัยของแผ่นดินไว้สืบไป