นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า กระทรวงได้รับการจัดสรรงบประมาณ 15,000 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 9% แบ่งเป็นด้านท่องเที่ยวประมาณ 9 ล้านบาท และด้านกีฬาเกือบ 6 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่าไม่มีการค้างจ่ายเงินรางวัลนักกีฬาตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต
จุดเน้นด้านการท่องเที่ยว 4 ประเด็น
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า จุดเน้นด้านการท่องเที่ยวแบ่งเป็น 4 ประเด็น ได้แก่ การสร้างรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากโดยกระจายรายได้สู่ชุมชนและยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูงโดยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพรวมถึงการรักษาพยาบาลหรือเศรษฐกิจสีชมพู การสร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนหรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
จุดเน้นด้านการกีฬา 3 ประเด็น
สำหรับด้านกีฬาแบ่งเป็น 3 ประเด็น คือ การยกระดับศักยภาพเยาวชนด้วยกีฬาให้เติบโตอย่างสมวัย มีวินัย และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี การมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกีฬาเพื่อยกระดับมาตรฐานสนามกีฬา โดยยืนยันว่าปัญหาสนามกีฬาสร้างไม่เสร็จหรือถูกทิ้งร้างจะหมดไป และการต่อยอดสู่ความเป็นเลิศและอาชีพ ซึ่งต้องจัดลำดับความสำคัญของชนิดกีฬาเพื่อให้การแบ่งงบประมาณเหมาะสมและผลักดันจนประสบความสำเร็จ
กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติกับข้อเท็จจริงงบประมาณ
นายสุรศักดิ์ระบุว่า แหล่งรายได้จากภาษีสุราและยาสูบมีแนวโน้มลดลงซึ่งเป็นสิ่งดีที่สะท้อนพฤติกรรมประชาชนบริโภคน้อยลง แต่กระทบกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ส่วนหน้าที่ของกองทุนมีหลายด้าน เช่น การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน การสนับสนุนสวัสดิการ เงินรางวัล การพัฒนาบุคลากรกีฬา และทุนการศึกษา
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเงินกองทุนกว่า 4,000 ล้านบาทถึงมือนักกีฬาเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ นายสุรศักดิ์ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยกองทุนสนับสนุนนักกีฬาถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งทางตรงคือเงินรางวัล ทุนการศึกษา และค่ารักษาพยาบาล และทางอ้อมคือการส่งเงินสนับสนุนสมาคมเพื่อจัดการแข่งขันหรือดูแลนักกีฬาในส่วนอื่น ๆ
เงินรางวัล 291 ล้านบาท จ่ายตรงถึงนักกีฬาภายใน 7 วัน
กรณีการค้างจ่ายเงินรางวัล 291 ล้านบาท นายสุรศักดิ์ยืนยันว่าไม่มีการค้างจ่าย ส่วนยอดที่ยังจ่ายไม่ครบเป็นความต้องการของนักกีฬาที่ขอรับเป็นรายเดือน จึงไม่นับว่าเป็นการค้างจ่าย กองทุนมีนโยบายมอบเงินรางวัลให้กับนักกีฬาภายใน 7 วันนับจากการแข่งขัน โดยโอนตรงถึงบัญชีนักกีฬา
สำหรับสมาคมกีฬาที่มีปัญหาล่าช้าในการจัดการค่าใช้จ่ายหรือเงินรางวัล นายสุรศักดิ์กล่าวขอบคุณนายอรรถกร ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ริเริ่มจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาโดยตรงไม่ผ่านสมาคม ทำให้ปัญหาล่าช้า ได้ไม่ครบ หรือไม่ได้เลยคลี่คลาย โดยกองทุนนำร่องแล้วสองรายการคือเอเชียนบีชเกมและกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ผลตอบรับเป็นบวก นักกีฬาพึงพอใจ กระทรวงจึงจะดำเนินการจ่ายเงินรางวัลหรือเบี้ยเลี้ยงในแนวทางนี้ต่อไป
นโยบายอนาคตและความโปร่งใส
นายสุรศักดิ์กล่าวถึงนโยบายในอนาคตว่าจะจัดโครงการกีฬาเยาวชนทั่วประเทศตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ภูมิภาค ประเทศ และนานาชาติ เริ่มจากฟุตบอลและวอลเลย์บอลแล้วขยายไปกีฬาอื่น คาดว่าผู้ร่วมโครงการประมาณ 300,000 คน
การจัดสรรงบประมาณให้สมาคมกีฬา หลังจากนี้ทุกสมาคมจะมีตัวเลขเงินกำหนดชัดเจนว่าจะได้งบประมาณเท่าใด ยืนยันว่าถึงแม้จะไม่ได้จัดสรรเงินเท่ากัน แต่ทุกสมาคมจะได้รับความเป็นธรรมในการจัดสรรเงินอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุด นายสุรศักดิ์ยืนยันว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นไปด้วยความรอบคอบ ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม และคุ้มค่ากับงบประมาณให้มากที่สุด



