ศุภมาสเปิดศูนย์ปราบบุหรี่ไฟฟ้า ดันโครงการปลอดบุหรี่ในโรงเรียนนำร่อง 9 จังหวัด
ศุภมาสเปิดศูนย์ปราบบุหรี่ไฟฟ้า ดันโครงการปลอดบุหรี่ในโรงเรียน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาสาธารณสุข แต่เป็นปัญหาด้านสังคมและความมั่นคงที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศ รัฐบาลจึงกำหนดให้การป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระสำคัญของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเอาจริง ตั้งศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าแห่งชาติ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. 2569 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) นางสาวศุภมาสเป็นประธานมอบแนวทางการบูรณาการส่วนราชการในการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยมี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค และรองผู้การจังหวัดที่รับผิดชอบเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศ ร่วมรับฟังผ่านการประชุมทางไกล (Video Conference)

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า “ในฐานะแม่ของลูก 4 คน ดิฉันมองว่า ปัจจุบันสังคมไทยและสังคมโลกกำลังเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน โดยเฉพาะภัยคุกคามจากบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวเข้าสู่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่วัยเพียง 10 ขวบต้นๆ ด้วยค่านิยมที่ผิด ผ่านรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ และการโฆษณาแฝงที่ทำให้เยาวชนเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย ทั้งที่ความจริงแล้วส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการทางร่างกาย สมอง และสุขภาพจิต”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

3 แนวทางปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า

นางสาวศุภมาสได้เน้นย้ำแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาล 3 แนวทาง ประกอบด้วย

  • ปกป้องเด็กและเยาวชนอย่างเต็มที่ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง สถานศึกษา และชุมชน พร้อมเร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ลบค่านิยมผิดๆ ที่มองว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นแฟชั่น
  • บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและไม่มีข้อยกเว้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามผู้ลักลอบนำเข้า ผู้ค้ารายใหญ่ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด โดยต้องสืบสวนขยายผลไปถึงผู้บงการและเครือข่ายทางการเงิน มุ่งตัดวงจรทั้งระบบตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมผู้ค้ารายย่อย
  • ยกระดับการปราบปรามออนไลน์ ประสานความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และบริษัทขนส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนทางดิจิทัล ติดตามเส้นทางการเงิน และปิดช่องทางการจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม

ตั้งศูนย์อำนวยการและโครงการปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน

นอกจากนี้ นางสาวศุภมาสเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการและคณะกรรมการประสานงานป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าแห่งชาติ พร้อมทั้งผลักดันโครงการปลอดบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนและสถานศึกษา นำร่อง 9 จังหวัด ในเขตตรวจราชการ 2 เขต ได้แก่ เขตตรวจราชการที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน (นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ) และเขตตรวจราชการที่ 9 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว) เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ และฉีดวัคซีนทางความคิดให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

นางสาวศุภมาสเน้นย้ำถึงจุดยืนของรัฐบาลว่า “รัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้” และขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ามายังหน่วยงานภาครัฐ เช่น สตช. หรือ สคบ. เพื่อแก้ปัญหานี้ให้เห็นเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว สถานศึกษา เอกชน และสื่อมวลชน ร่วมกันเป็นหูเป็นตา เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนไทย