ศุภโชติ ซัดรัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้านแก้ค่าไฟแฝง ไม่ฉลาด ชี้ช่องใช้กองทุน-ดึงเอกชน
ศุภโชติ ซัดรัฐบาลคิดกู้ 2 แสนล้านแก้ค่าไฟแฝง ไม่ฉลาด

นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 18.31 น. ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมแก้ปัญหา “ค่าไฟแฝง” หรือ “ค่าไฟสาธารณะ” ที่ถูกผลักภาระมาอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน โดยมีสัญญาณว่าอาจใช้เงินกู้กว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อนำไปทำโครงการเปลี่ยนหลอดไฟ LED และติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้หน่วยงานรัฐ นายศุภโชติระบุว่า หากรัฐบาลเลือกแก้ปัญหานี้ด้วยการกู้เงินจริง ต้องบอกตรงๆ ว่าถือเป็นวิธีการที่ “ไม่ฉลาด” อย่างยิ่ง

รัฐบาลมีทางเลือกอื่นโดยไม่ต้องกู้เงิน

นายศุภโชติชี้ว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากการที่ประเทศไม่มีเงินลงทุน แต่เกิดจากการที่รัฐบาลไม่ยอมพิจารณาเครื่องมืออื่นที่สามารถทำได้ทันทีโดยไม่เพิ่มภาระหนี้ให้ประชาชน จนท้ายที่สุดอาจทำให้สังคมตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังปูทางไปสู่การทุจริตผ่านโครงการจัดซื้อจัดจ้างด้านพลังงานล็อตใหญ่หรือไม่

เขาระบุว่าประเทศมีทางออกที่ดีกว่าการกู้เงินอย่างชัดเจน ได้แก่ การเปลี่ยนหลอดไฟสาธารณะเป็นหลอด LED โดยไม่ต้องกู้เงินแม้แต่บาทเดียว เพราะสามารถดึงเงินจาก “กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน” ซึ่งปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ถึง 17,000 ล้านบาท มาใช้ได้ทันที กองทุนนี้มีเป้าหมายโดยตรงในการสนับสนุนโครงการลดการใช้พลังงานอยู่แล้ว เป็นมาตรการพื้นฐานที่ต้นทุนไม่สูงและคืนทุนเร็ว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดึงเอกชนร่วมทุนด้วย ESCO Model

สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟหน่วยงานรัฐ นายศุภโชติเสนอให้ใช้กลไก ESCO Model โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบให้ก่อน แล้วรับผลตอบแทนจากส่วนแบ่งค่าไฟที่ประหยัดได้ วิธีนี้ช่วยให้รัฐไม่ต้องควักกระเป๋าลงทุนด้วยงบประมาณของตนเอง ไม่ต้องสร้างหนี้สาธารณะเพิ่ม และยังสามารถเร่งรัดการลงทุนได้เร็วกว่าการรอเบิกจ่ายวงเงินงบประมาณจากภาครัฐ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ก่อนที่จะพูดถึงการเอาเงินกู้มาโปะ รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาค่าไฟสาธารณะที่ต้นตอด้วยการติดมิเตอร์และแยกบัญชีให้เร็วที่สุด เพื่อแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ความสูญเสียทางเทคนิค” (Technical Loss) ซึ่งเป็นกระแสไฟฟ้าที่สูญเสียไปตามธรรมชาติในกระบวนการส่งและจ่ายไฟฟ้าผ่านสายส่งหรือหม้อแปลง ออกจาก “การสูญเสียที่ไม่ใช่ทางเทคนิค” (Non-Technical Loss) เช่น การลักลอบต่อสายตรงเพื่อขโมยใช้ไฟ การใช้ไฟโดยไม่มีมิเตอร์ หรือความผิดพลาดในระบบบิลลิ่ง เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

แยกค่าไฟสาธารณะแท้-เทียม หวังสร้างแรงจูงใจประหยัด

นายศุภโชติยังเห็นว่าต้องแยก “ค่าไฟสาธารณะแท้” เช่น ไฟทางหลวง ที่ต้องหาจุดร่วมกันว่าจะเก็บจากผู้ใช้ไฟหรือผู้เสียภาษี ออกจาก “ค่าไฟสาธารณะเทียม” โดยเฉพาะภาระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มักนำค่าใช้จ่ายอื่นไปรวมไว้ ซึ่งส่วนนี้ควรให้หน่วยงานผู้ใช้ไฟรับผิดชอบเองเพื่อสร้างแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน

จี้รัฐบาลอย่าเบี่ยงประเด็น รื้อโครงสร้างพลังงานต้นเหตุ

พร้อมกันนี้ นายศุภโชติยังตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เรื่อง “ค่าไฟแฝง” กลายเป็นการเบี่ยงประเด็นจากต้นตอที่ใหญ่กว่าของปัญหาค่าไฟแพง เพราะนอกจากค่าไฟสาธารณะแล้ว ประชาชนยังต้องแบกรับค่าไฟแฝงก้อนใหญ่กว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นค่าความพร้อมจ่าย (AP) หรือสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่แพงเกินจริงอย่าง Adder

“หากรัฐบาลต้องการลดค่าไฟให้ประชาชนอย่างแท้จริง ควรเริ่มจากการแก้ที่โครงสร้างพลังงานและจัดการต้นทุนส่วนเกินที่เอื้อกลุ่มทุนเหล่านี้ก่อน ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการกู้เงินเพิ่ม แล้วผลักภาระกลับมาที่ประชาชนในอนาคตแบบนี้” นายศุภโชติ กล่าว