นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนของกระทรวงคมนาคม ว่า งบประมาณของกระทรวงถูกปรับลดลงประมาณร้อยละ 8.79 คิดเป็นเงินประมาณ 23,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากพอสมควรเมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องดูแล
ภารกิจกระทรวงคมนาคมและผลกระทบจากงบประมาณที่ลดลง
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่หลักในการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เดินทางสะดวกและปลอดภัย รวมถึงสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนได้ตรวจศูนย์ขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครพนม ซึ่งเชื่อมต่อทั้งระบบทางรถและระบบราง
นอกจากนี้ ยังชื่นชมนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ดำเนินการตลาดล่วงหน้าสำหรับทุเรียน ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 คิดเป็นกว่า 70,000 ล้านบาท ขณะที่นำเข้า 30,000 ล้านบาท โดยเกินครึ่งของยอดส่งออกผ่านทางลาว เวียดนาม และจีน ชี้ให้เห็นความสำคัญของระบบคมนาคมขนส่งต่อเศรษฐกิจ
รายละเอียดงบประมาณถนนและระบบราง
นายสิริพงศ์ ระบุว่า กระทรวงคมนาคมถูกตัดงบประมาณ แต่ยังคงให้ความสำคัญกับระบบราง โดยงบถนนปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 159,000 ล้านบาท รวมกับงบลงทุนจากรัฐวิสาหกิจ 6,900 ล้านบาท เงินกู้ 1,800 ล้านบาท และ PPP กับ Thailand Future Fund 2,879 ล้านบาท รวมเป็น 171,000 ล้านบาท ส่วนระบบรางมีงบประมาณ 45,200 ล้านบาท จากรัฐวิสาหกิจ 2,500 ล้านบาท และเงินกู้ 72,000 ล้านบาท รวม 119,000 ล้านบาท เนื่องจากระบบรางสามารถหารายได้เองได้ ขณะที่ทางน้ำ 6,000 ล้านบาท และทางอากาศ 16,000 ล้านบาท
ส่วนประเด็นที่สมาชิกอภิปรายถึงโครงการมูลค่าเกินพันล้านบาทที่ตั้งงบปีแรกลดจากร้อยละ 15 เหลือร้อยละ 10 นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ เนื่องจากสถิติการเบิกจ่ายปีแรกของโครงการดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 4 ที่เหลือต้องกันงบเหลื่อมปี ทำให้สูญเสียโอกาสในการพัฒนา
ผู้รับเหมาชั้นพิเศษและการบริหารจัดการ
นายสิริพงศ์ กล่าวถึงผู้รับเหมาชั้นพิเศษ 83 รายในประเทศไทยว่า การกำหนดชั้นผู้รับเหมาเป็นเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ไม่ใช่ดุลพินิจของกระทรวงคมนาคม โดยมีการใช้สมุดพกตัดแต้มตามนโยบายนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมบัญชีกลางและอัยการสูงสุด หากไม่มีผลงานหรือผิดเงื่อนไขก็สามารถตกชั้นได้ ในขณะที่ผู้รับเหมารายอื่นสามารถเลื่อนชั้นได้
ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมไม่เคยรับส่วยหรือเก็บค่าต๋ง และพร้อมให้ตรวจสอบ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลทำงานหนักเพื่อประชาชน
ประเด็นชายแดนและการพักประชุมสภา
นายสิริพงศ์ กล่าวถึงพื้นที่ชายแดน เช่น เนิน 350 ว่า ต้องปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรีเปิดช่องให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการเอง
ภายหลังการอภิปรายของสมาชิก 59 คน นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 สั่งพักการประชุมในเวลา 22.46 น. และนัดพิจารณาต่อในวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.



