"สีหศักดิ์" หวังประธานประนอมพิพาททะเลไทย-กัมพูชาเป็นกลาง คาดเลือก 30 วัน
"สีหศักดิ์" หวังประธานประนอมพิพาททะเลไทย-กัมพูชาเป็นกลาง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเลือกประธานกรรมาธิการกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ว่า คาดว่าจะใช้เวลา 30 วันในการแต่งตั้งประธานกรรมาธิการฯ โดยหวังให้ได้บุคคลที่เป็นกลางซึ่งทั้งสองฝ่ายยอมรับได้

กระบวนการเลือกประธานกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ

นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์ที่เมืองอัสนาตา ประเทศคาซัคสถาน ว่า ได้มีโอกาสเจอกับผู้ที่ไทยเสนอเป็นผู้ประนอมฝั่งไทย ซึ่งได้เล่าถึงวิธีการเลือกประธานกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ว่าแม้ไม่ได้กำหนดว่าประธานต้องผ่านการรับรองจากคู่กรณี แต่จะดีที่สุดหากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าบุคคลนั้นมีความเป็นกลาง หลังจากเลือกประธานได้แล้ว จะกำหนดกรอบวิธีการทำงาน และเชิญประเทศไทยไปนำเสนอข้อมูล โดยอาจจะเจอกันเดือนละหนึ่งครั้งหรือสองเดือนครั้ง

เหตุผลที่ยกเลิก MOU 44

รองนายกฯ กล่าวถึงการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) 44 ว่า เป็นการเปิดทางให้มีการเจรจาภายใต้บริบทใหม่ เนื่องจากทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคี UNCLOS แล้ว และยังไม่จำเป็นต้องเข้าสู่การประนีประนอมภาคบังคับ เพราะยังมีการประนีประนอมโดยสมัครใจ ซึ่งเป็นเจตนาที่แท้จริงของการยกเลิก MOU 44 หาก MOU ยังอยู่ การเจรจาจะไม่สำเร็จ เนื่องจาก MOU 44 ตั้งอยู่บนพื้นฐานการอ้างสิทธิของกัมพูชาที่ขีดเส้นผ่านเกาะกูด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายสีหศักดิ์ยอมรับว่า ช่วงแรกมีความลำบากในการผลักดันการเจรจาภายใต้ MOU 44 เพราะมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก แต่เจตนาของไทยคือต้องการเริ่มต้นการเจรจาใหม่ อย่างไรก็ตาม กัมพูชาดึงเกมของตน และหากสามารถเจรจาทางทะเลได้ ก็อาจเริ่มเจรจาเรื่องทางบกที่กัมพูชาต้องการมากกว่า เนื่องจากมีปัญหาจากสงครามที่สร้างความเสียหายให้กัมพูชา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อนาคตของ MOU 43

เมื่อถามว่า การยกเลิก MOU 44 จะนำไปสู่การยกเลิก MOU 43 หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า หากไม่นำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง MOU 43 ยังมีประโยชน์ เพราะมีการตกลงเรื่องหลักเขตไปพอสมควรแล้ว ส่วนปัญหาแผนที่ 1:200,000 ที่ไทยไม่ยอมรับเพราะทำให้เสียปราสาทเขาพระวิหารนั้น ใน MOU 43 มีการพูดถึงเอกสารอื่นๆ ที่จะใช้ประกอบด้วย ไม่ใช่เฉพาะแผนที่ 1:200,000 เท่านั้น ต้องดูเนื้อหาของสนธิสัญญาและเรื่องสันปันน้ำ จึงคิดว่า MOU 43 ยังพอไปได้

รองนายกฯ เน้นย้ำว่า การเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกับ UNCLOS ที่ไม่มีอะไรปิดบัง กระทรวงการต่างประเทศต้องยึดหลักผลประโยชน์และกฎหมายของประเทศ แต่หากไทยไม่รับกระบวนการภาคบังคับ ก็ไม่สามารถแต่งตั้งผู้ประนอมฝั่งไทยได้ และจะไม่ได้รับความเชื่อถือในกติการะหว่างประเทศ ไทยเป็นภาคี UNCLOS ที่ต้องปฏิบัติตาม และจะต่อสู้ตามกระบวนการให้ดีที่สุด

ฉากทัศน์ที่แย่ที่สุดภายใต้ UNCLOS

เมื่อถามถึงฉากทัศน์ที่แย่ที่สุดของไทยภายใต้ UNCLOS นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งมองถึงขั้นนั้น แต่ให้ดูว่าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศจะออกมาอย่างไร หลายคนยังเชื่อว่าเส้นเขตที่กัมพูชาอ้างถึงตามกฎหมายระหว่างประเทศไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่อาจมีหลายฉากทัศน์ ซึ่งในทุกฉากทัศน์ไทยสามารถปกป้องอธิปไตยและเจรจาหาจุดที่ win-win ทั้งสองฝ่าย หากแนวทางนั้นดี กัมพูชารับได้ ไทยก็ win แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ก็จะคุยกับกัมพูชาเพื่อหาช่องทางที่ทั้งสองฝ่ายรับได้