"นรเศรษฐ์" จี้รัฐบาลเร่งทำแผนระดับชาติป้องกันสารพิษข้ามพรมแดน
"นรเศรษฐ์" จี้รัฐบาลเร่งทำแผนระดับชาติป้องกันสารพิษ

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล ขอให้เร่งดำเนินการตอบข้อซักถามตามหนังสือที่ส่งมาจากผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ (UN) ว่าด้วยผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง

UN ส่งข้อซักถาม 9 ประเด็น แต่รัฐบาลยังไม่ตอบ

สืบเนื่องจากกรณีที่ผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ จำนวน 10 คณะ ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้มีหนังสือสื่อสารอย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลไทย รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน คณะผู้นำทหารเมียนมา และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 โดยแสดงความห่วงกังวลต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากกิจกรรมการทำเหมือง พร้อมทั้งมีข้อซักถามต่อรัฐบาลไทยจำนวน 9 ประเด็น ครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิของประชาชน การดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุข การประเมินผลกระทบ การเยียวยา ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการกำกับดูแลภาคธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชน

60 วันผ่านไป ยังไม่มีคำชี้แจง กระทบภาพลักษณ์ไทย

จนถึงปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้จัดส่งคำชี้แจงอย่างเป็นทางการภายในกรอบระยะเวลา 60 วันที่กำหนด ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่การพิจารณาเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อบรรทัดฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าสถานการณ์มลพิษดังกล่าวได้ขยายตัวกลายเป็นวิกฤตความมั่นคงด้านสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและแหล่งอาหารของประชาชนอย่างรุนแรง

กมธ. ยื่น 4 ข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา กมธ. จึงได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลดำเนินการใน 4 ประเด็น คือ

  • แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการต่อหนังสือของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ รวมทั้งกรอบระยะเวลาในการจัดส่งคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ
  • ส่งสำเนาคำชี้แจงหรือสาระสำคัญของคำชี้แจงที่รัฐบาลได้จัดส่งหรือจะจัดส่งถึงผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ ให้กับคณะกรรมาธิการฯ พร้อมข้อมูลประกอบที่เกี่ยวข้อง
  • ชี้แจงมาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการและมีแผนจะดำเนินการ เพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลที่ปรากฏในหนังสือของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ โดยเฉพาะการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน การเฝ้าระวังและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการดำเนินความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิด
  • มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้านำเสนอความก้าวหน้าของการดำเนินการของรัฐบาลในที่ประชุมของ กมธ.

เสนอแผนระดับชาติและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ กมธ. ขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนข้ามพรมแดนอย่างบูรณาการ เร่งสร้างกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิดของการปนเปื้อน และจัดให้มีระบบเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส รวมทั้งกำหนดมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล

สว. เตือนวิกฤตสุขภาพขยายวงกว้าง

นางสาวมณีรัตน์ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตความมั่นคงด้านสุขภาพ เนื่องจากสารพิษไม่ได้อยู่แค่ในน้ำหรือตะกอนดิน แต่กำลังสะสมในสัตว์น้ำและพื้นที่เกษตรซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารส่งไปทั่วประเทศ ขณะนี้วิกฤตได้ขยายวงกว้างไปสู่ลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง รวมถึงลุ่มน้ำสาละวินและกระบุรี จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตอบข้อซักถามของ UN เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือบนเวทีโลกและใช้โอกาสนี้ยกระดับความร่วมมือระหว่างไทย จีน เมียนมา และลาว เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป