รุกฆาตเด็ด! ดีลลับ 'เพื่อไทย-ก้าวไกล' ปิดตำนาน ครม. เศรษฐา
แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า มีการเจรจาลับระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรัฐบาล โดยเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ เศรษฐา ทวีสิน ที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก
ดีลดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำลังร้อนแรง โดยพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ได้ส่งสัญญาณพร้อมร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย หากมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นไปตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมและบางส่วนในพรรคร่วมรัฐบาล
รายละเอียดดีลลับ
จากการตรวจสอบของทีมข่าว พบว่าการเจรจาลับนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยมีตัวแทนจากทั้งสองพรรคเข้าร่วม ประเด็นสำคัญคือการตกลงเรื่องการแบ่งสรรตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต โดยพรรคก้าวไกลต้องการเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรม ขณะที่พรรคเพื่อไทยต้องการคงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ แต่ยินดีให้พรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยถูกมองว่าเป็นการเสียเปรียบ เนื่องจากพรรคก้าวไกลมีคะแนนเสียงในสภามากกว่า และอาจเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่หากมีการยุบสภา
ผลกระทบต่อรัฐบาลเศรษฐา
ดีลลับนี้ส่งผลให้รัฐบาลเศรษฐาตกอยู่ในภาวะกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บางส่วนจากพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจและอาจย้ายขั้วการเมือง
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ออกมาแถลงการณ์ใดๆ ต่อข่าวนี้ แต่แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า นายกฯ กำลังเร่งหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหาทางออก
ปฏิกิริยาจากพรรคการเมือง
พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวดีลลับ โดยระบุว่าเป็นข่าวปลอมที่สร้างความเข้าใจผิด ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังคงเงียบขรึม แต่มีรายงานว่าพรรคเพื่อไทยได้เรียกประชุมด่วนเพื่อประเมินสถานการณ์
ด้านพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต่างออกมาแสดงความกังวลต่อข่าวนี้ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักษาความสงบและไม่สร้างความวุ่นวายทางการเมือง
บทวิเคราะห์
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่า ดีลลับนี้อาจเป็นกลยุทธ์ของพรรคก้าวไกลเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการเมือง และหากเป็นจริง จะส่งผลให้การเมืองไทยเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคก้าวไกลมีบทบาทนำมากขึ้น ขณะที่พรรคเพื่อไทยอาจต้องปรับตัวครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม การเจรจาลับยังคงเป็นความลับและยังไม่มีการยืนยันจากทั้งสองพรรค ทำให้ประชาชนต้องรอติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด



