โศกนาฏกรรมสลด! แฟนสาวถูกสุนัขร็อตต์ไวเลอร์กัดเสียชีวิต
เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อหญิงสาวรายหนึ่งถูกสุนัขพันธุ์ร็อตต์ไวเลอร์กัดจนเสียชีวิต ขณะที่เธอเดินเข้าไปในบ้านของแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัข เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกสุนัขกัดได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในบ้านหลังหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่เกิดเหตุพบร่างของนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี นอนหมดสติ มีบาดแผลถูกสุนัขกัดตามร่างกาย多处 เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นแฟนสาวของนายบี (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขพันธุ์ร็อตต์ไวเลอร์ที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ขณะเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินเข้าไปในบ้านเพื่อหาแฟนหนุ่ม แต่สุนัขที่อยู่ในบ้านได้วิ่งออกมากัดเธออย่างรุนแรง แม้นายบีจะพยายามห้ามปราม แต่ไม่สามารถควบคุมสุนัขไว้ได้
การดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายบีเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมแจ้งข้อหา "ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย" เนื่องจากเป็นเจ้าของสุนัขที่ดุร้ายและไม่ควบคุมดูแลอย่างเหมาะสม ส่วนสุนัขพันธุ์ร็อตต์ไวเลอร์ตัวดังกล่าวได้ถูกควบคุมไว้เพื่อตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนและพฤติกรรมต่อไป
นายบีให้การรับสารภาพว่า สุนัขตัวนี้มีนิสัยดุร้ายและเคยกัดคนมาก่อน แต่ยังคงเลี้ยงไว้โดยไม่ใช้ตะกร้อหรือจำกัดพื้นที่ ทำให้เกิดเหตุการณ์สลดครั้งนี้
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
นายสัตวแพทย์สมชาย วงศ์วิเศษ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสุนัข กล่าวว่า สุนัขพันธุ์ร็อตต์ไวเลอร์เป็นสุนัขที่มีความแข็งแรงและมีนิสัยหวงที่ หากเลี้ยงดูไม่ถูกต้องอาจเกิดอันตรายได้ เจ้าของสุนัขควรฝึกให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่ง และไม่ควรปล่อยให้สุนัขอยู่ตามลำพังกับคนที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สุนัขมองว่าเป็นอาณาเขตของตน
นอกจากนี้ ควรสวมตะกร้อให้สุนัขเมื่อพาออกนอกบ้าน หรือเมื่อมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน และหากสุนัขมีประวัติก้าวร้าว ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับพฤติกรรม
ผลกระทบทางกฎหมาย
ด้านทนายความชำนาญการด้านคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้เข้าข่ายความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 200,000 บาท ทั้งนี้ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์และความรุนแรงของเหตุการณ์
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เจ้าของสุนัขที่เลี้ยงสุนัขดุร้ายต้องตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และควรปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด



