ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ที่เกิดขึ้นในประเทศพม่าและส่งผลกระทบถึงประเทศไทย ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 1,600 รายแล้ว โดยทางการพมารายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในประเทศอย่างน้อย 1,644 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 3,400 ราย ขณะที่ทางการไทยยืนยันมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันตกอย่างน้อย 10 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย
สถานการณ์ในพม่า
แผ่นดินไหวครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากพังถล่ม โดยเฉพาะในเมืองมัณฑะเลย์และเมืองสะกาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด รายงานระบุว่ามีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน ทีมกู้ภัยจากนานาชาติกำลังเร่งเดินทางเข้าช่วยเหลือ แต่ยังติดขัดปัญหาเส้นทางคมนาคมที่ถูกตัดขาด
ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
หลายประเทศรวมถึงจีน อินเดีย และไทย ได้ส่งทีมกู้ภัยและสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพม่าแล้ว องค์การสหประชาชาติประกาศให้การสนับสนุนด้านการเงินและโลจิสติกส์ ขณะที่กองทัพพม่าประกาศหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัยเพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือ
ผลกระทบในไทย
ในประเทศไทย แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน โดยมีรายงานอาคารสูงในกรุงเทพฯ เกิดรอยร้าว แต่ยังไม่พบการพังถล่ม เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความปลอดภัยของตึกสูงทั่วประเทศ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยังคงเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง
- จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก: เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ตาก
- จำนวนผู้บาดเจ็บในไทย: มากกว่า 100 ราย
- อาคารเสียหาย: บ้านเรือนหลายร้อยหลัง, วัด และโรงเรียน
แนวโน้มและการเตือนภัย
กรมอุตุนิยมวิทยาไทยออกประกาศเตือนให้ประชาชนระวังอาฟเตอร์ช็อกขนาด 4.0-5.5 ที่อาจเกิดขึ้นในอีกหลายวันข้างหน้า ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบ 100 ปี
ทั้งนี้ หน่วยงานบรรเทาทุกข์ยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ การบริจาคเงินและสิ่งของยังคงเปิดรับผ่านช่องทางของสภากาชาดและหน่วยงานภาครัฐ



