“พิพัฒน์” ตอบโต้กระแสสังคมหลังถูกวิจารณ์เรื่องน้ำมัน ยันลาออกจาก PT มากว่า 2 ทศวรรษ
วันนี้ (6 เมษายน 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก หลังหายหน้าจากสื่อมาระยะหนึ่ง เนื่องจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ซึ่งนำไปสู่การยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก.
โดยนายพิพัฒน์ กล่าวภายหลังการทำบุญครบรอบพรรคภูมิใจไทย “ก้าวสู่ปีที่ 18” ว่า ตนเองสบายดี และขอให้ประชาชนใจเย็นๆ กับคำถามต่างๆ ที่มีเข้ามา หลังจากที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ศบก. หลายครั้งติดต่อกัน
นายกฯ อนุทิน ชี้คนทำงานบ้านเมืองไม่ต้องให้กำลังใจ พร้อมซื้อกาแฟสนทนากับพิพัฒน์
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เวลาประมาณ 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางลงมาซื้อกาแฟที่ร้านของนางสาวธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา และได้มีโอกาสพูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้ให้กำลังใจเป็นพิเศษ เพราะถือว่าคนทำงานให้กับบ้านเมืองเป็นหน้าที่ปกติ แต่ได้สอบถามถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความรู้สึกของประชาชน การเข้าไปใช้บริการปั๊มน้ำมัน PT และสถานการณ์ปั๊มในช่วงนี้ โดยเฉพาะประเด็นที่นายพิพัฒน์ลาออกมาจาก PT มานานเท่าใดแล้ว
พิพัฒน์ชี้แจงชัด ลาออกจาก PT 23 ปี เข้าไปยังต้องแลกบัตรเหมือนประชาชนทั่วไป
นายพิพัฒน์ ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเองตอบไม่ถูกกับคำถามบางส่วน เพราะลาออกมาจากบริษัทปั๊มน้ำมัน PT เป็นเวลา 23 ปีแล้ว และแม้จะเข้าไปใช้บริการในปัจจุบัน ก็ยังต้องแลกบัตรเหมือนประชาชนทั่วไป ไม่ได้มีสิทธิพิเศษใดๆ
สำหรับกระแสแอนตี้หรือการบอยคอตปั๊ม PT นั้น นายพิพัฒน์ มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องไปถามผู้บริหารบริษัทโดยตรง ส่วนประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างหนัก เกี่ยวกับการที่เคยระบุว่ายังมีหุ้นอยู่ในบริษัท เขาชี้แจงว่า การถือหุ้นนั้นเป็นหุ้นปกติ และตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทแล้ว
“ขออย่าถามเยอะ เพราะบริษัทเขาอาจกังวล” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมย้ำว่าสังคมอาจจับตามอง แต่ตนเองไม่รู้จะตอบอย่างไรมากไปกว่านี้ เนื่องจากตัดขาดจากธุรกิจมานานแล้ว
บริบทข่าวเกี่ยวข้อง: การตรวจสอบคลังน้ำมันและมาตรการควบคุมการส่งออก
ขณะเดียวกัน ข่าวนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่หน่วยงานศุลกากรได้ลุยตรวจสอบคลังน้ำมัน 3 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ยังได้ย้ำมาตรการใหม่ กำหนดให้การส่งออกน้ำมันปาล์มดิบต้องขออนุญาต เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนเป็นต้นไป โดยชี้ว่าสต็อกน้ำมันยังมีเพียงพอ
นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิพากษ์จากนักการเมืองอย่าง “กรณ์” ที่ได้ถอดบทเรียนจากวิกฤตน้ำมันแพงปี 2551 มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยห่วงใยวิธีคิดของรัฐบาลในช่วงวิกฤต และเตือนไม่ให้กลัวคำขู่ปิดโรงกลั่นจากภาคเอกชน



