นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือที่รู้จักในชื่อ สก.เนอส ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคประชาชนให้ลงชิงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร หลังพรรคคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นถึง 22 เขต จากเดิม 14 ที่นั่งในปี 2565 ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดในสภา กทม. การเสนอชื่อครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรื้อระบบการทำงานของ กทม. ให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้จริง
ประวัติและเส้นทางการเมืองของ สก.เนอส
นางสาวภัทราภรณ์ อายุ 37 ปี เกิดและเติบโตในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เป็นบุตรสาวคนโตของนายสมพงษ์ เก่งรุ่งเรืองชัย อดีต สก. เขตบางซื่อ ซึ่งเคยชนะการเลือกตั้งในนามกลุ่มมดงานเมื่อปี 2541 และพรรคไทยรักไทยในปี 2545 เธอจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาภาคภาษาอังกฤษจากโรงเรียนโยธินบูรณะ รุ่น 71 เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเกรด 10 ที่สหรัฐอเมริกา ระดับปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท Master of Supply Chain Management จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และได้รับประกาศนียบัตรเฉพาะทางด้านกลยุทธ์การตลาดจากหลักสูตรผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น
ก่อนเข้าสู่การเมือง เธอเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ลูกอัดและเศษเหล็กไทย จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว และเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจบ้านเช่าเหมาหลัง เธอเคยเปิดเผยว่าเป็นลูกสาวคนโตในครอบครัวที่มีลูกสาว 4 คน ครอบครัวประกอบธุรกิจรับซื้อ-ขายเศษโลหะ ทำให้เธอคลุกคลีกับโรงงาน โกดัง และการค้าขายมาตั้งแต่เด็ก หลังจากเรียนจบ เธอกลับมาทำธุรกิจครอบครัวเป็นเวลา 7 ปี จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นกรรมการผู้จัดการ นำความรู้ด้านแฟชั่นมาช่วยในการจัดการแบรนด์ ปรับปรุงระบบจนได้รับ ISO:9001 และการรับรองเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวจากกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงเริ่มส่งออกเศษเหล็กเป็นหนึ่งในเจ้าแรกของประเทศไทย
จุดเริ่มต้นทางการเมืองและความสำเร็จในการเลือกตั้ง
นางสาวภัทราภรณ์เริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตรงกับช่วงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงบริเวณราชประสงค์ เธอเข้าร่วมกลุ่มการเมืองของนิสิตจุฬาฯ “กลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน” ที่จัดการเดินขบวนประท้วง จัดเสวนา และกลุ่มศึกษาเพื่อให้ความรู้ด้านประชาธิปไตย
ในการเลือกตั้งปี 2562 เธอลงสมัคร สก. ในนามพรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) และได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในวัย 33 ปี ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2569 เธอชนะในเขตเดิมคือเขตบางซื่อด้วยคะแนน 21,251 คะแนน ซึ่งมากกว่าคู่แข่งอย่างขาดลอย ส่งผลให้พรรคประชาชนมีมติเสนอชื่อเธอเป็นแคนดิเดตประธานสภา กทม. เนื่องจากพรรคได้เก้าอี้ สก. สูงสุดถึง 22 ที่นั่ง
วาระเร่งด่วนและเป้าหมายในการรื้อระบบ กทม.
พรรคประชาชนตั้งเป้าผลักดัน 6 วาระเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพมหานคร โดยเน้นการตรวจสอบได้และการมีส่วนร่วมของประชาชน การเสนอชื่อนางสาวภัทราภรณ์เป็นประธานสภา กทม. สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะรื้อระบบการทำงานของ กทม. ให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เธอกล่าวว่า “เราจะทำให้สภา กทม. เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้จริง ไม่ใช่แค่เป็นตรายาง”



