นายกรัฐมนตรีนำทีมรัฐมนตรีภาคเหนือลงพื้นที่เชียงใหม่ เร่งแก้วิกฤตไฟป่าและฝุ่น PM2.5
ในวันที่ 20 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำคณะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกลุ่มจังหวัดภาคเหนือลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชนในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง
กำหนดการลงพื้นที่และมาตรการเชิงรุก
นายกรัฐมนตรีได้กำหนดจุดลงพื้นที่แรกที่กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์และมอบนโยบายการแก้ปัญหา จากนั้นเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อติดตามภารกิจดับไฟป่าตามแนวคิด "ป่าเปียก" และการใช้โดรนขนาดใหญ่ในการสำรวจและควบคุมไฟ
มาตรการที่เตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 21 เมษายนนี้ ประกอบด้วย:
- มาตรการด้านการเกษตรในพื้นที่สูงเพื่อลดการเผา
- มาตรการลดหรือห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่เกี่ยวข้องกับการเผา
- มาตรการด้านสุขภาพสำหรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
- การสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ
- การให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
ความเห็นจากรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หนึ่งในคณะที่ลงพื้นที่ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาฝุ่นควัน และเตรียมเสนอมาตรการเพิ่มเติม รวมถึงอาจพิจารณางบประมาณสำหรับการจัดทำ "ห้องปลอดฝุ่น" เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างเร่งด่วน
ด้านนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน กล่าววิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลละเลยปัญหาฝุ่นควันมานาน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปีที่ปัญหามักรุนแรงขึ้น เขาได้เสนอญัตติด่วน 5 ข้อเร่งด่วนต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 เมษายน และอภิปรายในวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แต่ยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจน
ข้อเสนอ 5 ข้อเร่งด่วนจากพรรคประชาชนประกอบด้วย:
- การจัดการไฟในพื้นที่ป่า
- การจัดการไฟในพื้นที่เกษตร
- การรับมือด้านสุขภาพสำหรับกลุ่มเปราะบาง
- การจัดการมลพิษอากาศข้ามแดน
- การนำร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดกลับมาพิจารณาโดยคณะรัฐมนตรีภายใน 23 วันก่อนที่ร่างกฎหมายจะตกไป
นายภัทรพงษ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีให้ความชัดเจนในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลต่อร่างกฎหมายอากาศสะอาด ซึ่งเป็นผลงานร่วมของภาคประชาชน ข้าราชการ และทุกพรรคการเมือง
สถานการณ์ปัญหาและความคาดหวัง
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนได้ทวีความรุนแรงมากว่าหนึ่งเดือน ส่งผลให้ประชาชนหลายรายประสบกับอาการแสบตา เจ็บคอ และปวดศีรษะ นายภัทรพงษ์หวังว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีได้สัมผัสกับสภาพอากาศจริงและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการรับฟังข้อมูลจากพื้นที่และนำเสนอมาตรการที่ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ



