“ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาลล้มเหลวจัดการฝุ่นพิษ PM2.5 ไฟป่า ชี้ “อนุทิน” ขาดภาวะผู้นำ
“ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาลล้มเหลวจัดการฝุ่นพิษ PM2.5 ไฟป่า (10.04.2026)

“ภัทรพงษ์” ซัดรัฐบาลทำงานไม่เป็น จัดการฝุ่นพิษ PM2.5 ไฟป่าล้มเหลว ชี้ “อนุทิน” ขาดภาวะผู้นำ

ในวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ได้อภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามวาระแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายภัทรพงษ์ได้เปิดเผยถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการภัยพิบัติหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และไฟป่า

รัฐบาลกลายเป็นมลพิษเสียเอง

นายภัทรพงษ์ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัย 4 ด้าน ได้แก่ ภัยด้านเศรษฐกิจ ภัยด้านสังคม ภัยด้านสิ่งแวดล้อม และภัยด้านความมั่นคง แต่สิ่งที่ขาดหายไปในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลคือ ภัยจากรัฐบาลที่ทำงานไม่เป็น เขาย้อนไปถึงการอภิปรายในเดือนกันยายน 2568 ที่ตนได้เตือนนายอนุทินเกี่ยวกับปัญหามลพิษ โดยเฉพาะฝุ่นพิษ PM2.5 และมลพิษทางน้ำข้ามแดน ว่าต้องจัดการให้ถูกต้องภายในสี่เดือน เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนในช่วงปลายปี 2568 ถึงกลางปี 2569

“วันนี้ผลลัพธ์ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทินในครั้งนั้น กลายเป็นมลพิษไปเองแล้ว และมาถึงวันนี้ นายอนุทินก็ยังหยิบเอามลพิษก้อนนั้น มานั่งควบคุมมลพิษ ดูแลสิ่งแวดล้อมต่อ” นายภัทรพงษ์กล่าว พร้อมชี้ไปที่การแต่งตั้ง นายสุชาติ ชมกลิ่น มาแก้ปัญหา ซึ่งเขามองว่าเป็นความผิดหวังอย่างมาก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประเด็นสำคัญ 4 ข้อที่รัฐบาลล้มเหลว

นายภัทรพงษ์ได้ยกประเด็นสำคัญ 4 ข้อที่แสดงถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 และไฟป่า:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. ปัญหางบประมาณ: งบประมาณปี พ.ศ. 2569 จากรัฐบาลชุดก่อนถูกจัดมาไม่เพียงพอกับปัญหา PM2.5 โดยเฉพาะไฟป่า แทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ เขาได้เสนอให้รัฐบาลนำงบกลางเติมให้แต่ละหน่วย พร้อมปลดล็อกการล็อกสเปกท้องถิ่น และต้องทำให้เสร็จภายในเดือนตุลาคม แต่นายสุชาติไม่ดำเนินการใดๆ
  2. การประกาศเขตควบคุมมลพิษ: นายภัทรพงษ์เสนอให้ปรับจากการประกาศเขตควบคุมมลพิษ 4 จังหวัด เป็น 9 จังหวัดในภาคเหนือ แต่รัฐบาลไม่สนใจและไม่ดำเนินการ จนปัจจุบัน 9 จังหวัดดังกล่าวมีค่าฝุ่นพิษ PM2.5 เข้าเกณฑ์ประกาศเขตภัยพิบัติตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา
  3. ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า: ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าถูกกำหนดไว้เพียง 240 บาทต่อวัน ซึ่งไม่มีการปรับเพิ่มตั้งแต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซ้ำยังเพิ่มความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากท้องถิ่นขาดงบประมาณและอำนาจบัญชาการระดับพื้นที่
  4. การจัดการมลพิษข้ามแดน: รัฐบาลไม่มีการจัดการมลพิษข้ามแดนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งฝุ่นพิษ PM2.5 และมลพิษทางน้ำจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานของกลุ่มทุนไทยที่นำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้อง

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดถูกขวาง

นายภัทรพงษ์ยังได้กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ที่ถูกพรรคการเมืองยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ แต่หลังการเลือกตั้งกลับไม่มีตัวแทนจากฝั่งรัฐบาลออกมายืนยัน และยังมีการขัดขวางด้วยเหตุผลว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ก่อมลพิษจะเพิ่มต้นทุนอุตสาหกรรมและกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน

“นี่คือเหตุผลที่ขัดแย้งกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเอง เนื่องจากหลักการ ‘ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย’ เป็นหลักสากลที่ OECD ยึดถือ ในขณะที่รัฐบาลประกาศว่าจะผลักดันการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 แต่การดำเนินการกลับสวนทางกับคำประกาศ” นายภัทรพงษ์กล่าว พร้อมถามรัฐบาลว่าจะดำเนินการกับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดภายใน 60 วันหรือปล่อยให้ตกไป

รัฐบาลขาดความกล้าหาญในการตัดสินใจ

นายภัทรพงษ์ปิดท้ายด้วยการวิจารณ์ว่า รัฐบาลในปัจจุบันไม่ได้ขาดอำนาจ แต่ขาดความกล้าหาญในการตัดสินใจเพื่อชีวิตของประชาชน เขาชี้ว่าในทุกวิกฤตที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นผู้นำอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งบัญชาการอย่างเด็ดขาดในฐานะผู้นำ เพื่อพาประเทศพ้นวิกฤตแม้แต่ครั้งเดียว

“ประเทศไทยต้องการผู้นำที่ออกแบบนโยบายเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่ผู้นำที่กลัวการแก้ปัญหาที่ต้นตอ และไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องสำคัญ” นายภัทรพงษ์กล่าวสรุป พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า 4 รายในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ และอุดรธานีในช่วง 7 วันที่ผ่านมา