นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แถลงเหตุผลการยุบสภาผู้แทนราษฎร โดยย้ำว่าเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน หลังรัฐสภาประสบปัญหาความขัดแย้งรุนแรงจนไม่สามารถบริหารประเทศได้ตามปกติ
เหตุผลหลักในการยุบสภา
นายกฯ ระบุว่าการยุบสภาในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเพราะความจำเป็นที่ต้องเปิดทางให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากรัฐสภาที่มีอยู่ไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย
“การยุบสภาครั้งนี้เป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อให้พวกเขามีโอกาสเลือกผู้แทนที่สามารถทำงานให้เกิดผลได้จริง” นายกฯ กล่าว
ความขัดแย้งในรัฐสภา
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐสภาเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการพิจารณาพระราชบัญญัติสำคัญหลายฉบับ การอภิปรายยืดเยื้อและมีการใช้สิทธิ์คว่ำบาตรทำให้การออกกฎหมายล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
นายกฯ ยังระบุว่า การยุบสภาเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อยุติความขัดแย้ง และเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วันตามที่กฎหมายกำหนด
ผลกระทบต่อนโยบาย
รัฐบาลรักษาการจะยังคงบริหารประเทศต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง โดยจะเน้นการดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ รวมถึงการจัดการงบประมาณที่จำเป็น ส่วนนโยบายเร่งด่วน เช่น การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท อาจต้องชะลอออกไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่
นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลรักษาการจะไม่เสนอโครงการที่ผูกพันกับงบประมาณระยะยาวโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาที่มาจากการเลือกตั้งใหม่
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ฝ่ายค้านแสดงความเห็นว่า การยุบสภาเป็นการยอมรับความล้มเหลวของรัฐบาลในการบริหารประเทศ ขณะที่ประชาชนบางส่วนมองว่าเป็นโอกาสที่จะได้รัฐบาลที่ดีขึ้น ด้านนักวิชาการระบุว่า การเลือกตั้งใหม่จะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมือง แต่ต้องเฝ้าระวังปัญหาการซื้อเสียงและการทุจริต
ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งใหม่คาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน 2567 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่วัน



