นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ยกเลิกผลการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่มีปัญหา แม้จะมีการประกาศผลสอบและบรรจุเข้ารับราชการไปแล้ว หลังเกิดคดีทุจริตการสอบมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท พร้อมระบุว่าผู้ที่ชั่วร้ายกว่าคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้กระบวนการทุจริตเกิดขึ้น
เปิดปฏิบัติการกวาดล้างทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
เมื่อเวลา 09.13 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล และเรียกประชุมด่วนที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การประชุมเกิดขึ้นหลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท และนำไปสู่การโยกย้ายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
นายกฯ ย้ำยกเลิกผลสอบแม้บรรจุแล้ว ไม่กลัวถูกฟ้อง
นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันในเวลากะทันหัน โดยเชื่อว่าทุกท่านทราบถึงความสำคัญของเรื่องนี้ซึ่งเป็นที่สนใจและกังวลของประชาชน การประชุมครั้งนี้เพื่อรับฟังที่มาที่ไปและสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป เช่น การนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ การยึดทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริต และการลงโทษผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจไม่จบแค่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
นายอนุทินย้ำว่า เรื่องการสอบครั้งนี้เป็นเรื่องชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว โดยเปรียบเทียบกับทฤษฎีผลไม้พิษว่า หากที่มาไม่ถูกต้องก็ต้องยกเลิก ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปดำเนินการตามกฎหมายเอง เพราะไม่สามารถอ้างว่าบรรจุไปแล้วหรือประกาศผลสอบไปแล้ว แต่เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องกลัวใครมาฟ้อง เพราะหากทุกหน่วยงานดำเนินการสืบสวนสอบสวนและมีคำพิพากษาที่ยืนยันด้วยหลักฐาน ก็ไม่ต้องกังวล
ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่และสั่งพักงานผู้ต้องสงสัย
นายกรัฐมนตรียังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและไม่หวาดหวั่นต่ออิทธิพลใดๆ โดยระบุว่าตนได้ติดตามปฏิบัติการผ่านสื่อมวลชนและการรายงานในระบบราชการ และเห็นว่าการดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ไม่มีการรั่วไหล ซึ่งเป็นไปตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ที่ได้ลงนามร่วมกันเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ
นายอนุทินกล่าวว่า หากการสอบสวนโยงไปถึงใครไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนกลางหรือท้องถิ่น ก็ขอให้เร่งดำเนินการ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหา ให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่โดยเร็วที่สุด โดยให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
คนชั่วคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้เกิดทุจริต
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องอุกอาจและเป็นการทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเป็นการให้ข้าราชการที่เข้ามาบริหารประเทศเริ่มต้นจากการทุจริตนับตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบก็ถูกแทรกแซง โดยคนที่ชั่วร้ายกว่าคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้กระบวนการนี้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องปราบปรามและดำเนินคดีอย่างเต็มที่
นายอนุทินย้ำว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพและจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกั๊ก และจะไม่มีใครได้รับการปกป้อง เพราะกำลังทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับข้าราชการไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง



