นายกฯ แจงยิบข่าวลือย้ายครม. ยันไร้แผนปรับใหญ่
นายกฯ แจงยิบข่าวลือย้ายครม. ยันไร้แผนปรับใหญ่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมาเป็นระยะ โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด การปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการโยกย้ายข้าราชการระดับปลัดกระทรวงตามวาระปกติ ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารงานบุคคลตามระเบียบราชการ

นายกฯ ยันไร้แผนปรับครม. ขนาดใหญ่

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนยังคงให้ความสำคัญกับการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนที่มีอยู่ และยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับครั้งใหญ่ตามที่เป็นข่าวลือ เพราะทุกคนกำลังตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน

“ยังไม่มีแผนปรับครม. ครับ การโยกย้ายที่เห็นเป็นเรื่องของปลัดกระทรวงตามวาระปกติ ไม่เกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี” นายเศรษฐากล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระแสข่าวลือปรับครม. หนาหู

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์และสื่อบางสำนักว่า นายกรัฐมนตรีเตรียมปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ โดยมีการคาดการณ์ว่ารัฐมนตรีบางรายอาจถูกปรับออกจากตำแหน่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว พร้อมย้ำว่าทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามปกติ และขอให้ประชาชนอย่ากังวลกับข่าวลือที่ยังไม่มีการยืนยัน

การโยกย้ายระดับปลัดกระทรวงตามวาระ

การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในครั้งนี้เป็นไปตามวาระการดำรงตำแหน่งของปลัดกระทรวงต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การโยกย้ายดังกล่าวไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองแอบแฝง และไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด

“การโยกย้ายปลัดกระทรวงเป็นเรื่องของการบริหารงานบุคคลปกติ เพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ” นายเศรษฐากล่าว

รัฐบาลยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะมาตรการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน