เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “13 รอบนักษัตรวัดราชบพิธ พระบรมราชูทิศแห่งพระราชศรัทธา” เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรสเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
พิธีเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มพิธี นายกรัฐมนตรีและภริยาได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นเข้าสู่พระอุโบสถเพื่อสักการะพระพุทธอังคีรส และเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ต่อมา นายกรัฐมนตรีได้ถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราช และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ
คำปราศรัยของนายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีกล่าวปราศรัยแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในงานมงคลสมัยครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นวาระสำคัญที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้พร้อมใจกันน้อมถวายมุทิตาสักการะ และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณขององค์ประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทย ผู้ทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างแห่งสมณธรรม ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความมั่นคงแห่งพระบวรพุทธศาสนา และทรงเป็นหลักชัยทางจิตใจของประชาชนตลอดมา ด้วยพระเมตตา พระปัญญา และพระวิริยอุตสาหะในการบำเพ็ญพระศาสนกิจ ทำให้ประชาชนได้รับความร่มเย็นเป็นสุข
ความสำคัญของวัดราชบพิธฯ
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ว่าเป็นมรดกแห่งพระราชศรัทธาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น สะท้อนความผูกพันอันแนบแน่นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา การจัดนิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้ร่วมศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
อุทิศพระกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรฯ
นอกจากนี้ นิทรรศการดังกล่าวยังจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และอุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงมีพระคุณูปการต่อประเทศชาติ ทั้งในด้านกฎหมาย การพัฒนาสังคม และการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
นายกรัฐมนตรีกล่าวเน้นย้ำว่า “เชื่อมั่นว่านิทรรศการครั้งนี้จะทำให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมทั้งน้อมนำแบบอย่างแห่งคุณธรรม ความเสียสละ และการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความมั่นคง สงบสุข และเจริญก้าวหน้าสืบไป”
เยี่ยมชมนิทรรศการและกิจกรรม
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีและภริยาได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการภายในบริเวณงาน พร้อมทั้งเยี่ยมชมร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ในโครงการกำลังใจในพระดำริ ตลอดจนชมการสาธิตงานช่างฝีมือไทย ก่อนเดินทางกลับเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ



