นายกฯ อนุทิน หารือเอกชนไทยในมาเลเซีย ต่อยอดโอกาสธุรกิจ
นายกฯ อนุทิน หารือเอกชนไทยในมาเลเซีย ต่อยอดโอกาสธุรกิจ

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทยในมาเลเซีย ณ โรงแรม Park Hyatt กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจในมาเลเซีย นำไปสู่การต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเอกชนไทยเต็มที่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีขอบคุณภาคเอกชนไทยในมาเลเซียที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างไทยและมาเลเซีย พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ ควบคู่กับการดูแลพี่น้องชาวไทยในต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนภาคเอกชนไทยในมาเลเซียอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ การอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน แรงงาน และประเด็นอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจไทยในมาเลเซีย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อเสนอจากภาคเอกชนไทยในมาเลเซีย

ในการหารือครั้งนี้ มีผู้แทนภาคเอกชนไทยในมาเลเซียจากหลากหลายสาขาเข้าร่วม อาทิ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจการเงิน ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหาร ธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจบริการ และภาคธนาคาร ภาคเอกชนชื่นชมนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมการเชื่อมโยง (Connectivity) ทั้งทางถนนและราง รวมถึงการเปิดด่านสะเดาระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย ซึ่งสนับสนุนการเดินทางและการขนส่งอาหาร วัตถุดิบ และการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังได้ให้ข้อสังเกตถึงประเด็นที่รัฐบาลไทยจะนำไปหารือต่อเนื่อง ทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านภาษี การส่งเสริมการนำเข้าแรงงานไทยในมาเลเซีย วัตถุดิบอาหารและสินค้าเกษตรจากประเทศไทย โดยเฉพาะการจัดทำการยอมรับมาตรฐานซึ่งกันและกัน เช่น มาตรฐานฮาลาล เป็นต้น หากมีการหารือและนำไปสู่ความตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน จะช่วยเปิดโอกาสในการแข่งขันของภาคเอกชนไทย แบรนด์ไทย สินค้าเกษตรไทย และแรงงานไทยมากยิ่งขึ้น

แนวทางดำเนินการต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รวบรวมรายละเอียด ปัญหา และอุปสรรค พร้อมระบุว่า ดีใจที่ได้รับรายงานตรงจากผู้ประกอบการ หลายประเด็นได้มีการพูดคุยและตกลงกันในระดับผู้นำแล้ว ส่วนที่ยังไม่ได้พูดคุยจะให้สถานเอกอัครราชทูตไทยหารือกับหน่วยงานมาเลเซียที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะนำไปพูดคุยในระดับคณะทำงานสองฝ่าย (Working Group) ที่จัดตั้งในแต่ละสาขา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะนำไปพูดคุยในระดับการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (JC) ต่อไป