พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมายาวนาน โดยเฉพาะการปลดล็อกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้สามารถนำมาใช้ช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างเต็มที่
มาตรการแรก: พักชำระหนี้และลดดอกเบี้ย
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า มาตรการแรกคือการพักชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรเป็นระยะเวลา 3 ปี พร้อมลดดอกเบี้ยให้เหลือร้อยละ 0.01 ต่อปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและให้เกษตรกรมีสภาพคล่องในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับโครงสร้างหนี้สำหรับเกษตรกรที่อยู่ในระบบของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยให้รวมหนี้ทุกประเภทเข้าเป็นก้อนเดียว และขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปสูงสุด 30 ปี พร้อมลดเงินต้นให้ตามความเหมาะสม
มาตรการที่สอง: ปลดล็อกกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร
มาตรการที่สองคือการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันถูกจำกัดขอบเขตการใช้งาน ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง
“กองทุนฟื้นฟูฯ มีเงินสะสมอยู่กว่า 5 หมื่นล้านบาท แต่กลับถูกตีความว่าสามารถใช้ได้เฉพาะกรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติเท่านั้น ไม่รวมถึงหนี้สินจากการประกอบอาชีพ” นายประเสริฐกล่าว
พรรคเพื่อไทยจึงเสนอให้ขยายขอบเขตการใช้กองทุนฯ ให้ครอบคลุมถึงการชำระหนี้สินของเกษตรกรที่เกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น หรือจากราคาผลผลิตตกต่ำ รวมถึงการนำเงินไปใช้ในการพัฒนาทักษะและเทคโนโลยีการเกษตร
มาตรการที่สาม: สร้างรายได้ทดแทนและประกันรายได้
มาตรการที่สามคือการสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรในช่วงที่รอการเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยส่งเสริมการปลูกพืชหมุนเวียนหรือการเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็ก รวมถึงการประกันรายได้เกษตรกรให้ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจหลักทุกชนิด
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า “เราจะผลักดันให้รัฐบาลดำเนินนโยบายประกันรายได้ที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่การชดเชยราคาตกต่ำ แต่ต้องเป็นหลักประกันว่ารายได้ของเกษตรกรจะไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตบวกกำไรที่สมเหตุสมผล”
ผลกระทบและความคาดหวัง
พรรคเพื่อไทยคาดว่ามาตรการทั้งสามจะช่วยลดภาระหนี้สินของเกษตรกรได้กว่า 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60 ของเกษตรกรทั้งหมดที่อยู่ในระบบของ ธ.ก.ส. โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีหนี้สินสูง
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะนำเสนอมาตรการดังกล่าวต่อรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งเตรียมยื่นร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 เพื่อให้กองทุนฯ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ



