เพื่อไทยถกรับมือศาล รธน.วินิจฉัยสถานภาพนายกฯ เศรษฐา
เพื่อไทยถกรับมือศาล รธน.วินิจฉัยสถานภาพนายกฯ เศรษฐา

พรรคเพื่อไทยเตรียมรับมือทุกสถานการณ์ หลังศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยสถานภาพของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ กรณีถูกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ยื่นร้องเรียนว่าการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากนายพิชิตเคยต้องคำพิพากษาจำคุกในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160

เพื่อไทยประชุมด่วนประเมินความเสี่ยง

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ทางพรรคได้มีการประชุมภายในอย่างเร่งด่วนเพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมแนวทางรับมือในทุกกรณี โดยเฉพาะกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจมีคำวินิจฉัยว่านายกฯ สูญเสียสถานภาพความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งจะส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง

ในการประชุมดังกล่าว มีแกนนำพรรคและทีมกฎหมายเข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง โดยมีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบทางการเมืองและความต่อเนื่องของการบริหารประเทศ หากนายเศรษฐาต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้รัฐบาลต้องดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯ เศรษฐาขาดคุณสมบัติ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากจะต้องมีการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองและความล่าช้าในการบริหารราชการแผ่นดิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“การวินิจฉัยครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่จะชี้ชะตาของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพทางการเมืองโดยรวม” นักวิชาการกล่าว พร้อมเสริมว่า การแต่งตั้งนายพิชิตเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองตั้งแต่แรก และอาจเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลชุดนี้

ข้อกล่าวหาจาก สว.

ก่อนหน้านี้ สว. จำนวน 40 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่านายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ดำเนินการใดๆ ในการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ซึ่งเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท อันถือเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก ทำให้ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6)

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้พิจารณาและมีคำสั่งให้นายกฯ เศรษฐาชี้แจงภายใน 15 วัน ซึ่งนายกฯ ได้ชี้แจงผ่านทนายความไปแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน โดยยืนยันว่าการแต่งตั้งเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ

ท่าทีของนายกฯ เศรษฐา

นายเศรษฐา ทวีสิน ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าการดำเนินการของตนถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมจะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าตนไม่เคยมีเจตนาที่จะละเมิดรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าศาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นธรรม

“ผมยืนยันว่าการแต่งตั้งรัฐมนตรีทุกคนเป็นไปตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมไม่กังวลและพร้อมจะรับฟังคำวินิจฉัยของศาล” นายกฯ กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

บทวิเคราะห์แนวโน้มคำวินิจฉัย

นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีแนวโน้มที่จะวินิจฉัยในหลายทิศทาง ขึ้นอยู่กับการตีความมาตรา 160 และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยมีประเด็นสำคัญคือ “การรู้เห็นหรือยินยอม” ของนายกฯ ในการแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติ หากศาลเห็นว่านายกฯ ไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดเพียงพอ ก็อาจวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งได้

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่ศาลจะวินิจฉัยว่านายกฯ ไม่ได้กระทำการใดที่ขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากเป็นดุลพินิจของนายกฯ ในการเลือกบุคคลที่เหมาะสม และนายพิชิตก็ได้พ้นโทษมาแล้วเป็นเวลาเกิน 5 ปี ซึ่งอาจไม่เข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามที่ สว. กล่าวอ้าง

ปฏิกิริยาจากพรรคร่วมรัฐบาล

พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ ต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการยุติธรรม โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “การเมืองต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราต้องยอมรับและหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติ”

ขณะที่ฝ่ายค้าน โดยพรรคก้าวไกล ระบุว่า การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของระบบตุลาการ และหวังว่าศาลจะยึดหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด