“เท้ง” อ้อนคนกรุงเทพฯ สร้างการเปลี่ยนแปลง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 28 มิ.ย.
“เท้ง” อ้อนคนกรุงเทพฯ สร้างการเปลี่ยนแปลง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ในวันที่ 28 มิถุนายน พรรคประชาชนได้ออกหาเสียงอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขตของพรรค โดยมีแกนนำพรรคอาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (รู้จักในชื่อ “เท้ง”), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหาร กทม., นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ทีมบริหาร กทม. และนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมรณรงค์

เส้นทางหาเสียงวันสุดท้ายของพรรคประชาชน

ในช่วงเช้า นายณัฐพงษ์ได้ช่วยหาเสียงที่ตลาดนัดชุมชนปิ่นเจริญ 3 เขตดอนเมือง จากนั้นเคลื่อนไปยังเขตคลองสามวา ก่อนที่ช่วงบ่ายจะสมทบกับนายชัยวัฒน์ที่บริเวณห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว และขึ้นรถแห่ไปตามเส้นทางตั้งแต่เขตจตุจักร ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน และสัมพันธวงศ์ เพื่อพบปะประชาชนและขอคะแนนเสียง

“โจ ชัยวัฒน์” ชี้คนกรุงเทพฯ เจอปัญหาเดิมซ้ำซาก ขอโอกาสแก้ไข

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า คนกรุงเทพฯ เจอปัญหาเดิมๆ วนเวียนซ้ำซากมาเป็นเวลานาน ตนขอโอกาสเข้าไปทำงานเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ให้จบด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่ และพากรุงเทพฯ พัฒนาไปข้างหน้า ให้คนกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ยังลังเลอยู่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า “เชื่อว่าหลายคนที่เคยออกไปเลือกตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล มาจนพรรคประชาชน เราเชื่อในสิ่งเดียวกันว่าประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง กรุงเทพฯ ก็เช่นกัน และต้องเป็นการแก้ไขที่ต้นตอ วันนี้ถ้าท่านยังเชื่อเหมือนกับพวกเรา ขอให้เลือกพรรคประชาชนทั้งโจ ชัยวัฒน์ เบอร์ 10 และ สก. พรรคประชาชนทั้ง 50 คน 50 เขต”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

“เท้ง” ณัฐพงษ์ ย้ำความหวังสร้างการเปลี่ยนแปลง เหมือนเลือกตั้งใหญ่

ด้านนายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรามาทำงานการเมืองเพราะต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง ตนเชื่อว่าการตัดสินใจของพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้จะตัดสินใจด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่เคยให้ความไว้วางใจพรรคสีส้ม ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ ไว้ใจพวกเรามากขึ้นเป็นลำดับเพราะพวกเราพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ไม่ได้เป็นรัฐบาล ยังไม่มีอำนาจฝ่ายบริหาร เรายังผลักดันวาระที่ก้าวหน้ากับสังคมได้ขนาดนี้ หากพี่น้องประชาชนเปิดประตูให้เราเข้าไปบริหารกรุงเทพฯ ซึ่งมีงบประมาณหลัก 100,000 ล้านบาทต่อปี เราจะแสดงฝีมือให้เห็นว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง

นายณัฐพงษ์ทิ้งท้ายว่า “วันพรุ่งนี้ถ้าประชาชนไม่ได้ตัดสินใจออกไปเลือกด้วยการมองว่าใครจะเป็นผู้ชนะ แต่ตัดสินใจออกไปเลือกด้วยความหวังว่าท่านอยากเห็นการเมืองแบบไหน อย่างที่ท่านเคยกาในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2562, 2566, 2569 เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันได้”