วันที่ 5 มิถุนายน 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวาระแรก หรือหลักการแรก ด้วยคะแนนเสียง 268 ต่อ 198 เสียง โดยมีผู้ไม่ลงคะแนน 3 เสียง ส่งผลให้ร่างงบประมาณดังกล่าวผ่านการพิจารณาในชั้นรับหลักการไปเป็นที่เรียบร้อย
รายละเอียดการลงมติ
การลงมติในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สภาได้ใช้เวลาพิจารณาร่างงบประมาณรวมทั้งสิ้น 3 วัน โดยมีการอภิปรายอย่างดุเดือดจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลนำโดยนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้ชี้แจงว่างบประมาณนี้มุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะที่ฝ่ายค้านนำโดยพรรคก้าวไกล ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณ
เสียงคัดค้านจากฝ่ายค้าน
พรรคก้าวไกลซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 151 คน ได้ออกมาคัดค้านร่างงบประมาณดังกล่าวอย่างเป็นเอกฉันท์ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค กล่าวว่า “งบประมาณนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสและการจัดสรรที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่ถูกตัดลดลง” นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกลับมีเสียงสนับสนุนอย่างแข็งขัน
ปฏิกิริยาจากรัฐบาล
นายกฯ เศรษฐา กล่าวหลังการลงมติว่า “การผ่านหลักการแรกเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้รับความไว้วางใจจากสภาให้ดำเนินนโยบายต่างๆ ต่อไป โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาความยากจน” พร้อมย้ำว่าร่างงบประมาณนี้จะช่วยฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา
ขั้นตอนต่อไป
หลังจากผ่านวาระแรกแล้ว ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณ ซึ่งจะมีสมาชิกทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันพิจารณารายละเอียด โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ก่อนที่จะนำกลับเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาในวาระที่สองและสามต่อไป
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจมองว่าการผ่านงบประมาณในครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เนื่องจากรัฐบาลมีกรอบการใช้จ่ายที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 60% ของ GDP โดยงบประมาณปี 2568 มีวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 1.2%



